สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เดินหน้ายกระดับการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย

ภายใต้นโยบายของ พลตำรวจโท ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ โดยยึดหลัก “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และแนวทางการทำงานแบบ “Stay Focus” คือ การทำงานอย่างมีเป้าหมาย ใช้ข้อมูลเป็นฐาน และขับเคลื่อนภารกิจด้วยความร่วมมืออย่างมืออาชีพระดมกำลังเต็มศักยภาพ ดูแลนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสำคัญ

วันนี้ (9 เมษายน 2569) เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ.ปฏิบัติราชการ สตม. และ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองแก่ผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง ณ อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศในช่วงที่มีปริมาณหนาแน่น
โอกาสนี้ ผู้บริหาร สตม. และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศด้วยไมตรีจิตแบบไทย ผ่านรอยยิ้ม ความเอาใจใส่ และการมอบมาลัยมงคลซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่อบอุ่น จริงใจ และสร้าง “ความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก” แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงประเทศไทยมาตรการเข้มภายใต้หลักความมั่นคง ควบคู่การอำนวยความสะดวก

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า สตม. ได้จัดทำแผนและมาตรการรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยคำนึงถึงหลักความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศควบคู่กันอย่างสมดุล พร้อมดำเนินการตามแผนป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางอย่างเต็มที่สำหรับช่วงเวลาการดำเนินการตามแผน ครอบคลุมระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 โดยคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 200,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลักของประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
มาตรการสำคัญที่นำมาใช้ในช่วงดังกล่าว ประกอบด้วย
• จัดกำลังเจ้าหน้าที่เต็มอัตราทุกช่องตรวจในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น เพื่อเร่งระบายผู้โดยสารให้แล้วเสร็จภายใน 30 นาที
• ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงเปิดใช้แผน เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง
• บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างรอบด้านทุ่มเท เสียสละ เพื่อความปลอดภัยและรอยยิ้มของนักท่องเที่ยว
ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นห้วงเวลาที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า–ออกประเทศเป็นจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในทุกด้านเป็นพิเศษ โดยได้สั่งการให้ สตม. เตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักร ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวทุกคนตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับหัวใจของความเป็นไทย เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความประทับใจ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ได้อย่างงดงาม

