“สุชาติ” เร่งแก้ปัญหาไฟป่า–ฝุ่นควัน สั่งคุมเข้มทำผิด กม.ทรัพยากร ชูสื่อสารรัฐดึง ปชช. มีส่วนร่วมดูแลอนุกรักษ์ สวล.

202

กรุงเทพฯ, วันที่ 8 เมษายน – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารระดับสูงนำโดยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เนื่องในโอกาสกลับเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นวาระที่ 2 ว่า พร้อมเดินหน้าทำงานทันที ครอบคลุมทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยย้ำการทำงานเชิงรุก เน้นแก้ปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง ควบคู่การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล และยึดแนวพระราชดำริเป็นหลัก

สำหรับประเด็นเร่งด่วน คือ การควบคุมไฟป่าและหมอกควัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งยังมีความเสี่ยงจากจุดความร้อนสะสม ที่อาจปะทุขึ้นใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า ปัญหาไฟป่าไม่ได้เกิดจากธรรมชาติทั้งหมด แต่มีสาเหตุจากพฤติกรรมของคน เช่น การเผาป่า หาของป่า ล่าสัตว์ และใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ในการแก้ปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้กำลังพลจะทำงานอย่างหนัก แต่ยังคงมุ่งมั่นปกป้องผืนป่าอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้เข้มงวดปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการลักลอบตัดไม้ การค้าไม้ การล่าสัตว์ป่า และการลักลอบส่งสัตว์ป่าออกนอกประเทศ ซึ่งยังพบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง และมีการจับกุมได้เกือบทุกวัน

ทั้งนี้ นายสุชาติ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารภาครัฐ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชนยังไม่ทั่วถึง จึงต้องเร่งสร้างการรับรู้ผ่านทุกช่องทาง โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจนโยบาย และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สำหรับในระยะยาว กระทรวงจะเร่งฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งด้านแหล่งน้ำ การลงทุน และการใช้พื้นที่ พร้อมย้ำว่าทุกโครงการต้องประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่าอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อทรัพยากรในอนาคต

รมว.ทส. ย้ำทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน