ตำรวจนครบาลเปิดยุทธการปราบยาเสพติด บุกปิดล้อมชุมชนวัดจันทร์ใน ซอย 3 หลังชาวบ้านร้องสายด่วน 1386 พบ “โบ้” ทำหน้าที่หัวจ่าย พร้อมกลุ่มผู้เสพรวม 6 ราย ระหว่างควบคุมตัว หญิงสูงวัยเผยคำพูดสะเทือนใจ เคยเลิกยาได้เพราะตำรวจ ก่อนกลับมาวนในวงจรยาอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.13 น. ภายใต้นโยบายเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. กำกับดูแลงานสืบสวน และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กำกับดูแลงานยาเสพติด ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) เร่งเดินหน้าปราบปรามแหล่งแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร เปิดปฏิบัติการเชิงยุทธวิธี “คาราวานรถเครื่อง” เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 2 จุด ภายในชุมชนวัดจันทร์ใน ซอย 3 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานครการปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเบาะแสจากสายด่วนยาเสพติด 1386 ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งมั่วสุมและกระจายยาเสพติดในระดับชุมชน โดยมีชายฉายา “โบ้” ทำหน้าที่เป็นหัวจ่าย และมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเมื่ออยู่ในอาการมึนเมายาเสพติด มักก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยา อีกทั้งยังเคยข่มขู่บุคคลในครอบครัว และมีพฤติกรรมใช้อาวุธมีดข่มขู่หญิงสาวในลักษณะคุกคามทางเพศ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่องภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นตามแผนยุทธการ พบผู้ต้องหาหลายรายอยู่ภายในบ้านในสภาพมึนเมาจากยาเสพติด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 6 ราย ได้แก่ นายศรครินทร์ อายุ 24 ปี, น.ส.แก้วมณี อายุ 23 ปี พร้อมของกลางเคตามีนและพอตบุหรี่ไฟฟ้า, นายพิชนุ หรือ “โบ้” อายุ 26 ปี รับว่าเสพยาไอซ์และสมัครใจเข้ารับการบำบัด, น.ส.วริษา อายุ 39 ปี และ น.ส.นภษร อายุ 46 ปี รับว่าเสพยาและสมัครใจเข้ารับการบำบัด รวมถึง นางวาสนา อายุ 67 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม

ระหว่างการควบคุมตัว ได้เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อหญิงสูงวัยรายหนึ่งกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ครั้งหนึ่ง…คุณคือคนที่ทำให้ฉันเลิกยาได้ เราจะไม่ลืมจนวันตาย” พร้อมกุมมือตำรวจไว้แน่น ก่อนถูกนำตัวเข้าสู่ห้องควบคุม เป็นคำพูดสั้น ๆ ที่สะท้อนชีวิตซึ่งจมอยู่กับวงจรยาเสพติดมายาวนานกว่า 30 ปี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ได้กำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่นครบาลให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน

