“วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์” โต้ข่าวบุกรุกป่า ชี้ปมป่าไม้ปฏิบัติการย้อนแย้ง โอด หากเป็นเช่นนี้ “พระป่า” คงอยู่ยาก

937

อุบลราชธานี วันที่ 4 เมษายน – นายอัศวิน เรือนำเงิน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แถลงชี้แจงกรณีมีสื่อบางสำนักได้นำเสนอข่าวการกล่าวหาว่าพุทธอุทยานใช้พื้นที่สร้างกุฏิสงฆ์กุฏิแม่ชีนอกเขตพุทธอุทยาน โดยระบุว่า ในอดีตที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์มีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ต่อมามีการทำประชาคมชาวบ้านเพื่อหยั่งเสียงในการขออนุญาตกรมป่าไม้เพื่อขออนุญาตเป็นพุทธอุทยาน แต่ก็ไม่ผ่านความเห็นชอบจากชาวบ้าน เนื่องจากมีผลกระทบต่อพื้นที่การหาของป่า ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงเสนอแนะให้ทางที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ในขณะนั้นลดพื้นที่ลงตามพิกัดเหลือเพียง 592 ไร่

ต่อมาปีพ.ศ.2552 มีการยื่นเรื่องไปเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องปรับลดเนื้อที่ให้เข้าเงื่อนไขไม่เกิน 500 ไร่ แม้จะมีการสอบถามว่าถ้าปรับลดพื้นที่ลง จะทำให้กุฎิและสิ่งปลูกสร้างอยู่เดิมถูกกันออกนอกพิกัด ด้วยเหตุที่พื้นที่ขออนุญาตไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่ใช้ประโยชน์จริง ในเวลานี้นเจ้าหน้าที่แจ้งทางวัดว่าขอไปก่อน หากจะขยายพื้นที่เพิ่มค่อยมาขออนุญาตภายหลัง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการปรับแก้พิกัดแผนที่และพื้นที่ให้รวมกับพื้นที่ตั้งวัด 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาตและพื้นที่ที่จะขอเป็นพุทธยานให้ไม่เกิน 500 ไร่ โดยนำไปลบด้วยพื้นที่ของวัด  15 ไร่ เป็นเหตุให้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ให้ขออนุญาตเป็นอุทยานเหลือ484 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา

มีการอนุญาตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้เจ้าหน้าที่ที่เขียนโครงการและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมตรวจสอบต่างก็ทราบดีว่า  พระสงฆ์มีกุฎิ สิ่งปลูกสร้างโดยรอบ อยู่ก่อนแล้ว จึงมีหลักฐาน Google earth สามารถจะตรวจสอบได้ 

นายอัศวิน กล่าวว่า มาถึงปัจจุบันขณะที่ทางพุทธอุทยานฯ เตรียมขอขยายพื้นที่อุทยานออกไป ตามที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เคยเสนอแนะเอาไว้เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เดิม ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างมาก่อนเป็นพุทธอุทยาน กลับถูกกรมป่าไม้โดยหน่วยพยัคฆ์ไพร ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 40 นาย บุกเข้าตรวจพื้นที่พุทธอุทยาน ฯ อ้างมีผู้มาร้องเรียนบุกรุกป่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวดูจะย้อนแย้งกับการให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างสิ้นเชิง ประกอบกับตลอดระยะวลาที่พุทธอุทยานได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่บริเวณห้วยยอดมน 484 ไร่ 1 งาน 78 ตรว. ทางป่าไม้ มิได้มาทำการปักหมุดเขตพื้นที่ให้ชัดเจน ทำให้มีความผิดดพลาดในการดำเนินการก่อสร้างกุฏิสงฆ์และแม่ชี ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมิได้เป็นความจงใจ หรือตั้งใจจะละเมิดกฎหมาย หากแต่เป็นปัญหาทางเทคนิค ที่เจ้าหน้าที่มิได้มาดูแลอย่างจริงจัง

ด้านพระสินทรัพย์ จารณธัมโม ประธานพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า  มิได้ยึดติดกับพุทธอุทยานแห่งนี้ พร้อมรับการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนบ่อยครั้งมาก ทางพุทธอุทยานก็มีการแก้ไขมาตลอด ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ก็ส่งพันธุ์กล้าไม้มาร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติทุกปี ได้รู้ได้เห็นการทำงานมาตลอด ทั้งการอนุรักษ์ การฟื้นฟูสภาพป่า หรือแม้แต่การขยายพื้นที่ป่า โดยยอมสละทุนทรัพย์   เพื่อขอพื้นที่ที่ชาวบ้านบุกรุกมาเป็นพื้นที่ป่า แปรสภาพสวนยาง ไร่มัน  มาเป็นป่าไม้เบญจพรรณ

“หากสังคมมองว่า การสร้างคุณต่อผืนป่าเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ต่อไปพระสายป่าคงอยู่ยาก เพราะทุกสำนักสงฆ์มีปัญหามาหมด” ประธานพุทธอุทยานกล่าว