ป.ป.ส.ผนึก​ สปป.ลาว ล่าข้ามแดนจับเอเย่นต์ยารายสำคัญ ส่งตัวกลับไทย เดินหน้า “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” ล้างบางเครือข่ายยา

77

สำนักงาน ป.ป.ส. ประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาว จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่หลบหนีหมายจับข้ามแดน ก่อนส่งตัวกลับไทยดำเนินคดีตามกฎหมาย ตอกย้ำปฏิบัติการเชิงรุก “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมขยายผลเครือข่ายข้ามชาติ หลังพบเชื่อมโยงคดียาเสพติดยึดยาบ้ารวมกว่า 5.8 ล้านเม็ด และไอซ์เกือบ 1 ตัน

ตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

โดยในวันที่ 1 เมษายน 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และ ผู้แทนหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส. 24) เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 1 คน คือ น.ส.ศรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.224/2568 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2568 (ในคดีการจับกุมยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ที่ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568) จาก สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (Laos National Commission for Drug Control and Supervision : LCDC) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 (นครหลวงเวียงจันทน์)

น.ส.ศรสวรรค์ฯ (ผู้ต้องหา) หลังจากถูกออกหมายจับ ได้หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ที่ สปป.ลาว แต่ยังคงมีพฤติการณ์ประสานงานเรื่องยาเสพติดร่วมกับเครือข่ายชาวลาวและชาวไทย ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย ทั้งนี้ น.ส.ศรสวรรค์ฯ เคลื่อนไหวโดยรับคำสั่งจาก นางภูเวียง ชาวลาว ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับไปแล้วเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 รวมถึงรับคำสั่งจาก ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) ที่ถูกจับกุมตามหมายจับเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ


เครือข่ายดังกล่าว มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย โดยให้บุคคลในเครือข่ายเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติดและรับโอนเงินค่ายาเสพติด ซึ่งในปี 2568 พบว่ามีคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้จำนวน 6 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ของกลาง ยาบ้า 5.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 917 กก.

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานทั้งภายในและนอกประเทศที่ได้ร่วมมือกัน ทุ่มเท กำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ถือเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือที่ดีของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และ สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (Laos National Commission for Drug Control and Supervision : LCDC) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและข้อมูลการสืบสวน จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเครือข่ายดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป