เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 เม.ย.69 ที่ บริเวณแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พา น.ส.แววตา (สงวนนามสกุล)อายุ 41 ปี มารดาของ “น้องพี” อายุ 19 ปี ผู้เสียหายป่วยพิการทางสมองซึ่งเดินทางมาจากย่านบางโฉลง จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม หลังน้องพี ถูกกลุ่มบุคคลรุมทำร้ายอย่างทารุณต่อหน้าต่อตาแม่
น.ส.แววตา เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าตึกห้องพักย่านบางพลี วันเวลาที่เกิดเหตุ น้องพี (ลูกชาย) ซึ่งสวมเสื้อสีน้ำเงิน (ตามคลิปวงจรปิด) ถูกชายชุดชาว และเสื้อดำหญิงเสื้อขาว กระชากตัวออกมาจากหน้าตึก กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ทั้งกำปั้นชกและเท้าเตะเข้าที่ร่างกายอย่างแรง นอกจากนี้ยังใช้ “หมวกกันน็อก” ฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรงหลายครั้งขณะเกิดเหตุมีวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาสมทบ รุมเตะต่อยและกดหัวน้องพีลงกับพื้น ตนมองดูจากด้านบน เห็นผู้ก่อเหตุรวมประมาณ 4 คน ได้พยายามตระโกนห้ามปรามและร้องบอกกลุ่มผู้ก่อเหตุด้วยความเวทนาว่า “ลูกชายหนูพิการทางสมอง เขาไม่ปกติ” เพื่อขอให้หยุดมือ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับไม่รับฟัง มิหนำซ้ำยังตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายทั้งใส่แม่และลูก ก่อนจะรุมทำร้ายต่ออย่างไม่ปราณี ผลจากการถูกรุมทำร้ายอย่างหนัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจและสมองของน้องพี โดยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงวันนี้ น้องพียังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชสมเด็จเจ้าพระยา และยังไม่มีกำหนดออกจากโรงพยาบาล”หัวใจคนเป็นแม่แทบสลาย เห็นลูกถูกทำร้ายต่อหน้าแต่ช่วยอะไรไม่ได้ บอกเขาแล้วว่าน้องไม่ปกติ เขาก็ไม่หยุด วันนี้จึงต้องพึ่งจ่าคิงส์และกองปราบ ให้ช่วยตามคดีให้ถึงที่สุด เพราะเกรงอิทธิพลในพื้นที่”
ด้านน้องพี อายุ 19 ปี บุตรชายที่มีบัตรคนพิการทางสมอง ซึ่งสามารถพูดคุยสื่อสารได้พอประมาณ ตอบคำถามสื่อฯ ว่า วันเกิดเหตุตนไปร้านหมูกระทะก่อน จากนั้นตั้งใจจะไปสมัครงานที่ห้าง เจซี. เขาบอกให้สแกนคิวอาร์โค้ด แต่ดูแล้วเหมือนไม่ต้องการจะให้ตนสมัคร ก่อนจะหันไปเห็นเด็กคนนั้นเขามองมาที่ตน มองเหมือนจะเล่นตน ตนเลยวิ่งใส่เขา กะว่าจะเข้าไปตี แต่ไม่ทันได้ตี จากนั้นตนจึงกลับไปบ้าน จะเอามีดมาฟันเขา พอลงมาจากห้องก็โดนเขารุมทำร้าย ตนยอมรับว่าไปมองหน้าเขาก่อนเจอพวกเขามองหน้าเหมือนจะเอาเรื่องตน
ทางด้าน จ่าคิงส์ สะพานใหม่ ระบุว่าคดีนี้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะการทำร้ายผู้พิการที่ไม่มีทางสู้ เตรียมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์มอบให้พนักงานสอบสวน บก.ป. จะได้ประสานไปยังท้องที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งรัดติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

