ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 พบค่าเฉลี่ยทั้งเมืองยังไม่เกินมาตรฐาน แต่หลายพื้นที่เริ่มขยับสูงขึ้น โดยเขตบางคอแหลมครองอันดับค่าฝุ่นสูงสุด ขณะภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ย PM2.5 ของทั้งกรุงเทพฯ อยู่ที่ 26.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง
สำหรับพื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร 12 อันดับแรก ได้แก่ เขตบางคอแหลม วัดได้ 36.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงสุดของกรุงเทพฯ รองลงมาคือ เขตหลักสี่ 34.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตลาดกระบัง 34.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตหนองจอก 33.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตประเวศ 32.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตตลิ่งชัน 31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตวังทองหลาง และเขตสาทร เท่ากันที่ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตจตุจักร 30.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตสายไหม 29 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางนา 28.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตบางพลัด 28.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เมื่อพิจารณาเป็นรายโซน พบว่า พื้นที่กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 25.6–34.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ขณะที่กรุงเทพตะวันออกอยู่ระหว่าง 22.7–34.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับปานกลางเช่นกัน ส่วนกรุงเทพกลางมีค่าฝุ่น 20.1–30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ดี
ด้านพื้นที่กรุงเทพใต้มีค่าฝุ่น 20.3–36.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่กรุงธนเหนือมีค่าอยู่ระหว่าง 20.3–31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และกรุงธนใต้มีค่า 21.4–28.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในเกณฑ์ดี
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น แม้ภาพรวมคุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยแนะนำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้น.

