ตร.ปฎิบัติการปิดล้อมทั่วไทย ทลายเครือข่ายยา ยึดยาบ้า 134 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์ 1.4 พันล้าน

135

สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 134 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์สินกว่า 1,408 ล้านบาท พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่ เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก

วันนี้ (27 มีนาคม 2569) เวลา 09.00 น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 6/2569 และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 9/2569 โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจาก บช.น., ภ.1-9, ก., ตชด., สตม., ส., ทท., สอท., สงป., สทส., สพฐ.ตร., พตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ศปก.ตร อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference)

พล.ต.ท.สมประสงค์ฯ ประชุม ศอ.ปส.ตร. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ติดตามสถานการณ์ยาเสพติด เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า อายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีฟอกเงินเพื่อตัดวงจรเครือข่ายรายใหญ่ในหมู่บ้านและชุมชนอย่างเด็ดขาด พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่ เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก

พร้อมกันนี้ ในวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ เป้าหมายรวม 2,913 จุด ครอบคลุม 657 เครือข่าย โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้​:การจับกุม : สามารถจับกุมคดียาเสพติด 1,904 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 1,955 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 224 หมาย
การยึดของกลาง : ยาบ้า 10 ล้านเม็ด, ไอซ์ 7 กิโลกรัม, คีตามีน 7 กิโลกรัม, เฮโรอีน 1 กิโลกรัม และ อาวุธปืน 152 กระบอกการยึดทรัพย์: ตรวจยึดเงินสด 250,479 บาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 946 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดสะสมปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 9 (ห้วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 – 27 มีนาคม 2569 มีผลการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้:
การจับกุม : สามารถจับกุมคดียาเสพติด 18,343 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 18,350 คน และจับกุมผู้ต้องหา
ตามหมายจับได้ 898 หมาย​ การยึดของกลาง : ยาบ้า 134 ล้านเม็ด, ไอซ์ 6,634 กิโลกรัม, คีตามีน 1,173 กิโลกรัม, เฮโรอีน 52 กิโลกรัม, ยาอี 5,519 เม็ด และอาวุธปืน 574 กระบอก​ การยึดทรัพย์ : ตรวจยึดเงินสด 8.4 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 1,408 ล้านบาท

พล.ต.ท.สมประสงค์ฯ กล่าวว่า การปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำว่า ศอ.ปส.ตร. มุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ และยืนยันว่า ศอ.ปส.ตร. จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปลอดยาเสพติดให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ฝากขอบคุณทุกหน่วยที่ได้ร่วมบูรณาการกำลังปิดล้อมจับกุมและขยายผลเครือข่ายรายใหญ่อย่างจริงจังในห้วงเดือนที่ผ่านมา โดยผลการดำเนินงาน ทั้งจำนวนคดีและของกลางเป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนความมุ่งมั่นทุ่มเทของข้าราชการตำรวจทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังให้ “ผลลัพธ์ที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัย”

นอกจากนี้ เพื่อป้องกันขบวนการค้ายาเสพติดฉวยโอกาสช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีประชาชนเดินทางหนาแน่นในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ได้กำชับให้หน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนและเส้นทางตอนใน เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและตรวจตราอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนทุกจุด รวมถึงใช้มาตราการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน โดยตั้งด่านตรวจค้น เพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลักและสายรองทั่วประเทศ เมื่อพบพฤติกรรมต้องสงสัย ให้แจ้งด่านตรวจในเส้นทางเข้าสกัดกั้น ตรวจค้น และจับกุมทันที

ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญยาเสพติดในชุมชนให้ตอบโจทย์กับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ให้ยกระดับการปราบปรามยาเสพติดผ่านยุทธการ “ขุดรากถอนโคน” ซึ่งเน้นการทำงานเชิงรุกที่เจาะจง “ต้นตอ + คนเสี่ยง + เครือข่าย” มีเป้าหมายการดำเนินงานในสถานที่เสี่ยงจุดขายและจุดมั่วสุมในชุมชน รวมถึงค้นหาผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ป่วยจิตเวช และสกัดกั้นการแพร่กระจาย โดยการเฝ้าระวังและสกัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดทุกช่องทาง ผ่านสี่เสาหลัก ในการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อย ดึงผู้เสพออกจากวงจร ชุมชนร่วมใจ และมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ “ชุมชนปลอดภัย สภาพแวดล้อมดี ไร้ยาเสพติด”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด