เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ชื่นชมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานด้านป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด บ้านดงติ้ว จังหวัดนครพนม

82

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมทั้ง พล.ต.ต. พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 /ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส นายอดุลย์ ประยูรสิทธิ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดและพบปะผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่บ้านดงติ้ว หมู่ที่ 9 ณ รพ.สต.บ้านดงติ้ว ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

โดยมี นายแพทย์กิตติเชษฐ์ ธีรกุลพงศ์เวช รองนายแพทย์ สสจ.นครพนม นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม พ.ต.อ.ณรงค์ เรืองมี ผกก.สภ.บ้านกลาง นางกามนิต มงคลเกตุ สสอ.เมืองนครพนม นายปราโมทย์ ผายทอง ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครพนม​ นายสมญา แดงกัน ผู้ใหญ่บ้านและประธานหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่9 ต.บ้านกลาง ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งสรุปสถานการณ์ และการดำเนินงานที่สำคัญครบทุกมิติแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการสกัดกั้นการซื้อขายรถแลกยาเสพติดการปราบปรามผู้ค้ารายย่อยและขยายผลการจับกุมในพื้นที่ ฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเน้นการป้องกันในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพิ่มพื้นที่กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ในด้านสาธารณสุข มีระบบการคัดกรองดูแลผู้ป่วยและนำเข้าสู่การบำบัดอย่างเหมาะสม ตลอดจนครบกระบวนการติดตามดูแลหลังจากการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพยาเสพติด

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวชื่นชมถึงความสำเร็จของพื้นที่ที่ได้ดำเนินการร่วมกันทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการและประชาชนมีความมุ่งมั่นและใจที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีการดำเนินงานด้านการปราบปรามที่แก้ปัญหาและอุดช่องการนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ การปราบปราบนักค้าโดยออกหมายจับอาศัยข้อมูลจากผู้เสพที่เข้ารับการบำบัดรักษาในพื้นที่ การป้องกันกลุ่มเด็กและเยาวชนโดยใช้กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ มีการจัดทีมบำบัดรักษาร่วมกับ อสม. ตลอดจนการติดตามช่วยเหลืออย่างครบวงจร ส่งผลให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง

ต่อมา ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ผ่านการบำบัด จำนวน 3 ราย โดยสองรายแรก อายุ 23 ปีและ 19 ปี เป็นพี่น้องกัน ได้รับการบำบัดรักษาเมื่อปี 2567 ปัจจุบันสามารถเลิกยาเสพติด และประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละ 400 บาทต่อคน และอีกราย อายุ 50 ปี ประวัติเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้ยาเสพติด ปัจจุบัน ต้องรับยาและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เนื่องจากร่างกายทรุดโทรมจากการใช้สารเสพติด โดยมีครอบครัวพี่สาวดูแลอย่างใกล้ชิด โดยผู้ผ่านการบำบัดทั้ง 3 รายได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ตำรวจ ภาคประขาชน ในพื้นที่ร่วมกันดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง