114 ปีคมนาคม​ “พิพัฒน์”ชูวิสัยทัศน์ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เดินทางสะดวก-ปลอดภัยทั่วประเทศ

107

กระทรวงคมนาคมก้าวสู่ปีที่ 114 “พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการเดินทาง เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย เพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (26 มีนาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงคมนาคม ครบรอบ 114 ปี โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านอำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควบคู่กับการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยได้เร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาการขนส่งทางถนนที่มุ่งแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมทั้งก่อสร้างโครงข่ายถนนสายสำคัญในหลายพื้นที่ อาทิ สะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี รวมถึงโครงการถนนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลำปาง และระยอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ยังมุ่งยกระดับระบบขนส่งสาธารณะทางบกให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และผลักดันโครงการ “Taxi ดีพร้อม” ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE เพื่อยกระดับมาตรฐานรถแท็กซี่ให้ทันสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันได้เร่งพัฒนาระบบรางอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงข่ายรถไฟทางคู่และเส้นทางใหม่ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าขยายขีดความสามารถการขนส่งทางน้ำและเปิดประตูการค้าสู่ภูมิภาค ผ่านการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ในเส้นทาง BIMSTEC รวมถึงการพัฒนาท่าเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยา (Smart Pier) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน ขณะที่การขนส่งทางอากาศได้เร่งขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) โดยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและสินค้า ผ่านการเปิดเส้นทางบินใหม่ อาทิ อู่ตะเภา–อุดรธานี ดอนเมือง–นครพนม และหาดใหญ่–เบตง รวมถึงการขยายเครือข่ายการเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งยกระดับระบบการขนส่งของประเทศอย่างรอบด้าน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ควบคู่กับการเสริมสร้างความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2455 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศพระบรมราชโองการให้เปลี่ยนชื่อ “กระทรวงโยธาธิการ” เป็น “กระทรวงคมนาคม” เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ จากเดิมที่มุ่งดูแลการเดินทางและการสื่อสารขั้นพื้นฐาน เช่น ทางบก ทางน้ำ ทางราง และไปรษณีย์โทรเลข ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบคมนาคมในทุกมิติ ทั้งทางถนน ระบบราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยมีพันธกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศ