วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา นำโดย นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี ประธาน พร้อม พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง พล.ต.อ.ปัญญา มาแม่น พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ และคณะที่ปรึกษา เปิดวงถกปัญหา ชาวต่างชาติใช้นอมินีคนไทยบังหน้า เปิดธุรกิจและแย่งอาชีพคนไทย โดยพุ่งเป้าพื้นที่ “มณฑลห้วยขวาง”

พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง เข้าชี้แจงข้อมูล หลังพบทุนจีนเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568 ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิง โรงแรม ร้านทำผม และร้านทำเล็บ พร้อมตรวจพบบริษัทต้องสงสัย 11 แห่ง และเรียกกรรมการคนไทยตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า มีศักยภาพลงทุนหลักล้านจริงหรือเป็นเพียง “นอมินี”
ที่ประชุมชี้ชัดว่า “ปล่อยตำรวจลุยเดี่ยวไม่พอ” เพราะปัญหาโยงทั้งการจดทะเบียนธุรกิจ เส้นทางการเงิน ภาษี การถือครองทรัพย์สิน แรงงาน และการประกอบอาชีพของคนต่างด้าว จึงเสนอให้ยกระดับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการพาณิชย์ ตม. สรรพากร กทม. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าตรวจสอบเป็นระบบเดียวกัน

เป้าหมายสำคัญคือ ปิดช่องนอมินี ปกป้องอาชีพสงวนของคนไทย และจัดการทุนสีเทาที่ใช้คนไทยบังหน้า รวมถึงสาวไปถึง “คนรับจ้างจดทะเบียน” เพื่อไม่ให้เครือข่ายผิดกฎหมายเติบโตจนกลายเป็นกลุ่มอิทธิพล
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกรุงเทพฯ แต่มีข้อกังวลและการตรวจสอบในหลายจังหวัด ทั้ง แม่ฮ่องสอนและภูเก็ต สะท้อนว่าปัญหาธุรกิจต่างชาติและนอมินีจำเป็นต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่ปล่อยให้หน่วยใดหน่วยหนึ่งรับภาระเพียงลำพัง
โดยสัปดาห์หน้า อนุ กมธ.ตำรวจฯ เตรียมเชิญ สน.สุทธิสาร สน.มักกะสัน และ บก.น.1–2 เข้าชี้แจงและขยายผลข้อมูล ทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจถูกกฎหมาย ไทยพร้อมต้อนรับ แต่ “ทุนสีเทา–นอมินี–แย่งอาชีพคนไทย” ต้องจัดการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

