“หมอวรงค์” จี้ตัดสวัสดิการนักการเมือง ลดผู้ช่วย สส.-เลิกข้าวฟรี-ยุบบำนาญ

118

หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมคณะ แถลงข่าวเรียกร้องให้ สส.และ สว. ตั้งผู้ช่วยสส. เพียง 3 อัตรา และขอให้ยกเลิกการเลี้ยงอาหารกลางวัน สส. และสว. และเงินบำนาญ สส.

วันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.และหัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าว 3 ประเด็น ดังนี้ (1) การเรียกร้องให้สภาฯ ยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่มากเกินความจำเป็นของ สส. และสว. คือ การยกเลิกอาหารของ สส. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงสมาชิกฯ ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้ความร่วมมือต่อกระแสความเรียกร้องหรือความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่มีแนวโน้มจะยกเลิกอาหารของ สส.ที่นำไปสู่การประหยัดงบประมาณของชาติประมาณ 72 ล้านบาท ต่อปี และประหยัดงบประมาณเกือบ 300 ล้านบาท ต่อ 1 สมัยการประชุม

(2) การแต่งตั้งผู้ช่วย สส. 8 คน ซึ่งขณะนี้มีเงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท 7 คน อีก 1 คน จะมีเงินเดือน 20,000 บาท ที่สูญเสียเงินภาษีเดือนละ 154,800 บาท โดยเสนอแนวทางปฏิรูปงบประมาณสภาฯ ชูแนวคิดจำกัดจำนวนผู้ช่วยประจำตัว สส. เหลือเพียง 3 คน ต่อ สส. 1 คน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้กว่า 540 ล้านบาท ต่อปี หรือกว่า 2,000 ล้านบาท ในวาระ 4 ปี โดยมุ่งเน้นความโปร่งใสและความคุ้มค่าของภาษีประชาชน ทั้งนี้ ตนจะตั้งผู้ช่วย สส. เพียง 3 คน ซึ่งเพียงพอต่อการช่วยการดำเนินงานของ สส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

(3) เงินบำนาญของ สส. ที่เกิดจาก สส.จ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งกองทุนนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2569 ใช้เงินภาษีของประชาชนมาดูแลสวัสดิการนักการเมือง หากเป็น สส. ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับบำนาญตลอดชีพ เดือนละประมาณ 21,300 บาท และเงินบำนาญจะเพิ่มตามระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สูงสุดจะได้รับจำนวน 42,700 บาท หากผู้ใดเป็น สส. ไม่ถึง 1 ปี หากมีการยุบสภาก่อนจะได้รับบำนาญ 4 เท่าของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เช่น เป็น สส. 10 เดือนแล้วยุบสภา จะได้รับประมาณ 40 เดือน โดยได้รับเดือนละ 21,300 บาท

นอกจากได้รับบำนาญแล้ว ยังมีสวัสดิการอีก 4 ประการ ประกอบด้วย 1) ค่ารักษาพยาบาล หรือใช้สิทธิในการตรวจร่างกาย ปีละ 130,000 บาท 2) เบิกค่าการศึกษาบุตรจำนวน 2 คน อายุไม่เกิน 25 ปี 3) กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเพิ่มอีกเดือนละ 15,000 บาท และ 4) กรณีเสียชีวิต จะมีเงินช่วยเหลืออีกจำนวน 200,000 บาท ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่มากเกินความจำเป็น และถือว่าเป็นการเบียดเบียนภาษีของประชาชนมาดูแลนักการเมืองที่อาสาเข้ามาแต่กลับต้องให้ประชาชนมาดูแล

จึงขอเรียกร้องให้ สส. และ สว. ตั้งผู้ช่วย สส. เพียง 3 อัตรา และขอให้ยกเลิกการเลี้ยงอาหารกลางวัน สส. และ สว. และยกเลิกเงินบำนาญ สส.ด้วย