สถานบันเทิงดังย่านรัชดาฯ กร่าง.!!!อ้างรู้จักตำรวจใหญ่ เบ่งสั่งปิดคู่แข่ง หวังใช้อิทธิพลผูกขาดลูกค้า

150

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ย่านถนนรัขดา กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงทนว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ย่านรัชดาภิเษก หลังมีการร้องเรียนพฤติกรรมของสถานประกอบการชื่อดัง 2 แห่ง ภายในรัชดาซอย 7 และ “บริเวณแยกเหม่งจ๋าย ซึ่งถูกระบุว่าอยู่ภายใต้เจ้าของเดียวกัน และมีพฤติการณ์อ้างอิทธิพล “เส้นใหญ่” เพื่อกดดันร้านคู่แข่งในพื้นที่

แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า เจ้าของกิจการดังกล่าวมีพฤติกรรมแสดงตนว่ามีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ และพยายามใช้วิธีการกดดันร้านอื่น ๆ ในละแวกเดียวกัน โดยอ้างว่าสามารถ “สั่งปิดร้าน” ได้ หากไม่ยอมลดการแข่งขันหรือเปิดทางให้ธุรกิจของตนเองมีลูกค้าเพิ่มขึ้น

พฤติการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าเป็นการเอาเปรียบทางธุรกิจ และอาจเข้าข่ายการใช้อิทธิพลนอกระบบเข้ามาแทรกแซงการแข่งขันเสรี

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแรงงานภายในร้านทั้งสองแห่ง โดยมีข้อมูลว่า มีการจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย หากไม่มีเอกสารหรือใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ และเปิดบริการยันเช้า

ผู้ประกอบการรายหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า “ลักษณะการทำธุรกิจแบบนี้ไม่ใช่การแข่งขันปกติ แต่เป็นการใช้แรงกดดันและอิทธิพล ทำให้สถานบันเทิงร้านเล็ก ๆ อยู่ลำบาก และเสียโอกาสทางการค้า”

ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ทั้งในประเด็นการใช้อิทธิพล การผูกขาดทางธุรกิจ และการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการทุกรายในพื้นที่ และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า พอจะสรุปประเด็นสำคัญได้ว่า ทั้งสองร้านข้างต้น ถูกระบุว่าเจ้าของเดียวกัน มีพฤติกรรมอ้างเส้นใหญ่ กดดันร้านอื่น กล่าวอ้างว่าสามารถ “สั่งปิดร้านคู่แข่ง” ได้ อีกทั้งยังมีข้อสงสัยจ้างแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ได้ลงพื้นที่ พบว่า ชาวบ้านพร้อมผู้ประกอบการร้านในย่าน นั้น ขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.แล ผบช.น.ได้ สัั่งการ ให้ผกก.สน.ห้วยขวาง เร่งลงไปตรวจสอบอย่างจริงยัง ว่ากรณีที่ร้านดังกล่าวมีพฤติกรรมว่าจริงหรือไม่.? ถ้าหากเป็นจริง ใคร่ขอวิงวอนว่าอย่าเลือกปฎิบัติกับผู้ประกอบการเป็นบางราย ว่ามีข้อมูลจริง ตามที่ร้องเรียน หรือไม่.? และหากพบว่าผิดจริง เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต่อไปเพื่อผู้ประกอบการร้านเล็กๆจะได้เข้ามีโอกาสทำมาหากินในมาตราการของกฏหมายเดียวกัน