จริงๆแล้วเรื่องที่”ยังเติร์ด“จะนำเสนอนี้ มันควรอยู่ใน ”คอลัมน์ X-Ray สีกากี“แต่นั่งดูข่าว เลยยกหูถึงเจ้าของคอลัมน์เพื่อ ขออนุญาต เพื่อเขียนถึง เหตุการณ์รถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ไม่ใช่แค่ “อุบัติเหตุ” หากแต่มันคือ สัญญาณเตือนซ้ำซาก ที่สังคมไทยเห็นมาแล้วนับสิบครั้ง…และยังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง นี่ไม่ใช่เคสแรกและหากยังปล่อยผ่าน มันจะไม่ใช่เคสสุดท้าย

ตำรวจ คือด่านหน้าแต่ด่านหน้าที่ไร้การป้องกันตัวเองอย่างถูกต้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับ “เป้านิ่ง” ปัญหาไม่ใช่ขาดการฝึก…แต่คือ “ไม่ใช้สิ่งที่ฝึก”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตำรวจไทยผ่านหลักสูตรมากมาย ทั้งด้านยุทธวิธีป้องกันตัว การเข้าระงับเหตุการตั้งจุดตรวจ การรับมือสถานการณ์เสี่ยง
คำถามคือ…แล้วทำไมเมื่อถึงเวลาจริง กลับไม่ถูกนำมาใช้?หรือแท้จริงแล้ว“การฝึก” เป็นเพียงพิธีกรรม
แต่ “การปฏิบัติจริง” กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งนี่คือช่องว่างอันตรายที่กำลังพรากชีวิตผู้ปฏิบัติหน้าที่ไปทีละราย ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิด…แต่เกิดซ้ำ
ทุกครั้งที่มีข่าวตำรวจถูกทำร้ายไม่ว่าจะจากการไล่ล่า การตั้งด่าน หรือแม้แต่เหตุเฉพาะหน้าอย่างกรณีนี้ สิ่งที่ตามมาคือคำเดิม ๆ“น่าเสียใจ”เป็นเหตุสุดวิสัย”
แต่ความจริงคือหลายเหตุ…ไม่ใช่สุดวิสัย หากเป็น “ความเสี่ยงที่ควบคุมได้”ถ้ายุทธวิธีถูกนำมาใช้จริงอย่างเคร่งครัด เพราะชีวิตตำรวจ 1 นายไม่ควรถูกแลกกับความชะล่าใจ หรือระบบกำกับดูแลที่หละหลวม
บทบาทผู้บังคับบัญชา…ไม่ใช่แค่สั่ง แต่ต้อง “กำกับ” คำถามสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ตำรวจหน้างานทำถูกหรือไม่”แต่ต้องย้อนขึ้นไปถึง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ได้ตรวจสอบหรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่นำยุทธวิธีไปใช้จริง มีการซ้อมสถานการณ์เสมือนจริงต่อเนื่องหรือไม่ มีการประเมินความเสี่ยงหน้างานก่อนปล่อยกำลังหรือเปล่าหรือปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตาม “ความเคยชิน”
หากคำตอบคือใช่นั่นแปลว่า “ต้องขันนอตหลวม” ทั้งระบบ จะต้องหยุดความสูญเสีย…ก่อนจะสายเกินไปเหตุการณ์ที่ปทุมธานีควรเป็น “จุดหยุด”ไม่ใช่แค่ “อีกหนึ่งสถิติ” การป้องกันชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญ แต่คือ “วินัย ยุทธวิธี การกำกับที่จริงจัง”ตำรวจไม่ควรต้องตายเพียงเพราะสิ่งที่เรียนมา…ไม่ได้ถูกใช้
ถ้ายังฝึกแบบหนึ่ง แต่ปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง ถ้ายังปล่อยให้หน้างาน “เอาตัวรอดเอง” โดยไม่มีมาตรฐานควบคุมจริง ต่อให้มีหลักสูตรอีกกี่ร้อย ก็ไม่สามารถหยุดโลงศพใบถัดไปได้ ถึงเวลาแล้ว…ที่ผู้บังคับบัญชาต้องเลิกมองเป็นเรื่องปกติ และเริ่ม “รับผิดชอบ” อย่างจริงจัง เพราะชีวิตของตำรวจ ไม่ควรถูกลดค่าเหลือเพียง “บทเรียนซ้ำ” ในหน้าข่าวอีกต่อไป


