วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะทำงานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในวันสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง
หลังจากนั้นช่วงเที่ยง นายชัชชาติเดินทางไปรับประทานอาหารกับคณะทำงานที่ร้านข้าวต้มเป็ดอ้วนเจ้าเก่า ประตูผี ตรงข้ามวัดเทพธิดารามวรวิหาร เขตพระนคร ซึ่งเป็นร้านอาหารมื้อแรกเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และเป็นมื้อสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่งร่วมกับคณะทำงาน
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายชัชชาติกลับมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรยายพิเศษเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีในการบริหารเมือง” แก่นักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา กว่า 80 คน ซึ่งถือเป็นภารกิจสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่งในเวลา 17.00 น.
ระหว่างการบรรยาย นายชัชชาติตอบคำถามนักเรียนในประเด็นหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ว่า กทม. ไม่มีนโยบายเดียวที่จะเปลี่ยนเมืองได้ เพราะเมืองมีปัญหาหลายมิติและแต่ละพื้นที่มีโจทย์แตกต่างกัน จึงต้องมีหลายร้อยนโยบายที่เดินหน้าพร้อมแผนปฏิบัติการชัดเจน
นายชัชชาติ กล่าวว่า หลักการวางยุทธศาสตร์ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหา มีนโยบายภาพรวม และมีแอคชั่นแพลน หากนโยบายไม่มีแอคชั่นแพลนก็จะเป็นเพียงสโลแกน โดยเรื่องสำคัญที่ต้องเดินหน้าพร้อมกัน ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข น้ำท่วม มลพิษ พื้นที่สีเขียว และเศรษฐกิจเมือง
ในประเด็นเศรษฐกิจ นายชัชชาติ ระบุว่า กทม. ไม่มีเงินไปแจกประชาชน แต่สิ่งที่ทำได้คือการ “แจกความรู้” เช่น โครงการเรียนฟรีด้านภาษาและ AI เพื่อพัฒนาคนให้พร้อมกับเศรษฐกิจอนาคต
หลังจากนั้น เวลา 15.30 น. นายชัชชาติและคณะทำงานไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการ กทม. โดยระบุว่าไม่ได้ขอพรให้ตัวเองกลับมา แต่ขอให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงแรงบันดาลใจในการลงสมัครสมัยที่ 2 ว่ามาจากประชาชน การได้เห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงลูกชาย ที่บอกให้สมัครต่อ พร้อมระบุว่า หากได้กลับมาทำงานต่อ จะเดินหน้าแก้ทั้ง “เส้นเลือดใหญ่” และ “เส้นเลือดฝอย” เพิ่มผลิตภาพ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และเสริมเศรษฐกิจเมือง
ต่อมาเวลา 17.00 น. นายชัชชาติแถลงข่าวอำลาตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการ บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยกล่าวขอบคุณทุกความร่วมมือในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขอโทษหากมีเรื่องใดทำแล้วไม่ถูกใจหรือกระทบใคร
นายชัชชาติ ระบุอีกว่า 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่สนุก เพราะได้ทำงานด้วยความหวัง พร้อมขอบคุณทุกความร่วมมือ หลังจากนี้ตนเป็นประชาชนเต็มขั้น จะไปรับปริญญาบัตรของลูกชายที่ต่างประเทศ แล้วจะกลับมาลุยต่ออีกครั้ง
“หลังจากนี้จะกลับไปเป็นประชาชนเต็มขั้น หวังว่าสิ่งที่ทำมาตลอด 4 ปี จะมีประโยชน์ต่อประชาชนไม่มากก็น้อย หากมีเรื่องใดที่ทำแล้วไม่ถูกใจ หรือทำให้ใครได้รับผลกระทบ ก็ต้องขอโทษ เพราะไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครเดือดร้อน แต่ต้องการให้เมืองดีขึ้นและพัฒนาขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว
หลังแถลงข่าว นายชัชชาติเดินทางด้วยจักรยานสาธารณะ (Bike-sharing) จากศาลาว่าการฯ ไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามยอด เพื่อเดินทางกลับบ้าน


