กองทัพบกโต้เขมร ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง หลัง MOU43 ถูกละเมิดจนไร้ผล ชี้ก่อสร้าง-ปรับปรุงพื้นที่ในเขตไทย

1375

กองทัพบก, วันที่ 19 มีนาคม – พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาออกแถลงการณ์ประท้วง โดยกล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยมีการรุกล้ำอธิปไตย และดำเนินกิจกรรมก่อสร้างในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น ขอยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยทหารไทยอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ภายในขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย โดยเป็นไปตามเงื่อนไขการหยุดยิงในแถลงการณ์ร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงกำลังไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบันก่อนที่จะมีการหยุดยิง

สำหรับกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างถึงการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 นั้น โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชามักมีการละเมิดกรอบดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถนำมาใช้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาได้ตามเจตนารมณ์ และนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่ จนถึงขั้นมีการปฏิบัติการทางทหารต่อกันในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในสภาพการณ์ปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายจึงมุ่งยึดถือข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมฯ เป็นหลักในการควบคุมสถานการณ์

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติกิจกรรมในการปรับปรุงพื้นที่ และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ดังกล่าว และให้ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศนั้น พลตรีวินธัย กล่าวว่า กิจกรรมของหน่วยทหารไทยเป็นการดำเนินการที่มีความจำเป็นทางทหาร เพื่อการเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่ปฏิบัติงาน ภายหลังจากที่มีเหตุการณ์การปฏิบัติการทางทหารต่อกันในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเองก็มีการดำเนินการในลักษณะไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีเจตนาในการยกระดับสถานการณ์แต่อย่างใด

ในกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นในการแสวงหาทางออกผ่านกระบวนการสันติวิธี โดยอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีนั้น ขอยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวเป็นหลักการเดียวกับที่ฝ่ายไทยยึดถือ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและแสวงหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้สถานการณ์และห้วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ กองทัพบกขอย้ำว่าไทยยึดมั่นการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งรักษาเสถียรภาพ ไม่ยกระดับสถานการณ์ และยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคีมาอย่างต่อเนื่อง