หน้าแรกการเมืองปชป. มติเอกฉันท์ "งดออกเสียง" ส่ง "อภิสิทธิ์" อภิปรายตรวจสอบความโปร่งใสผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ พรุ่งนี้

ปชป. มติเอกฉันท์ “งดออกเสียง” ส่ง “อภิสิทธิ์” อภิปรายตรวจสอบความโปร่งใสผู้ชิงเก้าอี้นายกฯ พรุ่งนี้

18 มีนาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค ถึงทิศทางในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้

นายสาทิตย์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น หมายความว่าควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และควรมีการตรวจสอบความโปร่งใสผ่านกลไกของสภาฯ

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ทางพรรคได้รับการประสานงานจากพรรคประชาชนถึงการกำหนดตัวผู้อภิปรายแล้ว อย่างไรก็ตาม ทราบว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคไปหารือกันในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเปิดให้อภิปรายคุณสมบัติหรือไม่ จึงหวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย จะใจกว้างเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบด้าน

สำหรับมติพรรคในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายสาทิตย์ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการทบทวนบรรทัดฐานการลงมติในอดีต ตั้งแต่ปี 2544 ที่เคยลงมติไม่เห็นด้วย และปี 2548 ที่งดออกเสียง รวมถึงครั้งที่มีการเสนอชื่อคนของพรรคเข้าชิงตำแหน่ง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา พรรคยึดถือจุดยืนทางการเมืองโดยการ “งดออกเสียง” เป็นหลัก

“ในครั้งนี้ ที่ประชุม สส. จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะงดออกเสียงในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม หากสภาฯ เปิดให้มีการอภิปรายคุณสมบัติ พรรคเห็นพ้องว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดที่จะลุกขึ้นอภิปรายเพื่อชี้แจงเหตุผลและรายละเอียดของมติพรรคในครั้งนี้ให้ประชาชนได้รับทราบ” นายสาทิตย์ กล่าว

เมื่อถามถึงเหตุผลเบื้องหลังมติดังกล่าว นายสาทิตย์ ย้ำว่า พรรคได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อทั้งสองท่านอย่างละเอียดในทุกมิติ และเห็นว่าการงดออกเสียงมีความจำเป็นและสำคัญที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกนั้น นายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้แถลงเหตุผลทั้งหมดด้วยตนเองกลางที่ประชุมสภาฯ เพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสและหลักการตรวจสอบตามครรลองระบอบประชาธิปไตย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img