“ราชทัณฑ์”แจงปมผู้ต้องขัง ม.112 อดอาหาร ยันสุขภาพปกติ ดูแลตามมาตรฐานสากล

714

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีผู้ต้องขังคดี ม.112 ปฏิเสธรับประทานอาหาร ยืนยันยังมีสุขภาพแข็งแรง ดื่มของเหลวได้ตามปกติ พร้อมดูแลใกล้ชิดทั้งร่างกายและจิตใจตามมาตรฐานสากล ย้ำปฏิบัติเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด

ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีผู้ต้องขัง “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ต่อมาศาลฎีกาได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยเห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี โดยฟ้าได้เริ่มอดอาหาร เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมด ตั้งแต่เย็นวันที่ 9 มีนาคม 2569 นั้น

กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำอำเภอธัญบุรีว่า นายพรหมศรหรือฟ้าลิขิต วีระธรรมจารี ถูกควบคุมไว้ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เรือนจำฯ ได้ปฏิบัติตามมาตรการการรับตัวผู้ต้องขังแรกรับตามมาตรฐานการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ โดยพยาบาลประจำเรือนจำได้เข้าตรวจสุขภาพร่างกายวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น อย่างต่อเนื่อง

ผลการตรวจพบว่าสุขภาพโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ผู้ต้องขังจะยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหารตามปกติ แต่ยังคงดื่มของเหลว ได้แก่ น้ำเปล่า น้ำส้ม นมกล่องและน้ำผสมเกลือแร่เป็นหลัก การประเมินสภาวะจิตใจ นักจิตวิทยาได้เข้าพูดคุยและประเมินสภาพจิตใจอย่างละเอียดพบว่า นายพรหมศรฯ มีสภาพจิตใจเป็นปกติ สามารถสื่อสารและใช้ชีวิตประจำวันได้ มีการดูแลความปลอดภัยและกิจวัตรประจำวันในพื้นที่ควบคุม โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ภายใต้การควบคุมและดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด รวมถึงการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวัน นายพรหมศรฯ ได้ใช้เวลาว่างในการค้นหาและอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องสมุดของเรือนจำ ก่อนจะกลับมาพักผ่อนและพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่นตามปกติ และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศาลอาญา มีคำสั่งเบิกตัวนายพรหมศรฯ นัดสืบพยาน เจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้ดำเนินการควบคุมตัวโดยใช้เครื่องพันธนาการ ซึ่งเป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง กำหนดประเภท ชนิด และขนาดของเครื่องพันธนาการที่ใช้แก่ผู้ต้องขัง พ.ศ.2563 ในการส่งตัวผู้ต้องขังตามคำสั่งศาล

กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ได้ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกรายเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) โดยยึดหลักความเท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ ตามมาตรฐานสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (ข้อกำหนดแมนเดลา) ทั้งในด้านการดูแลสุขภาพและการส่งต่อการรักษาไปยังสถานพยาบาลภายนอกหากมีความจำเป็นเร่งด่วน ภายใต้หลักมนุษยธรรมและมาตรฐานการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด