มิจฉาชีพอ้างโยงคดียา ขู่เหยื่อโอนเงิน 8.5 แสนบาท—ตำรวจเร่งตามตัวถึงบ้าน สกัดความเสียหาย ก่อนเงินหายวับ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 (เวลาประมาณ 14.00 น.) พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. เปิดเผยว่าได้รับรายงาน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการ สน.ยานนาวา พร้อมชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.นพดล บัวปรอท สวป. และกำลังสายตรวจชุดที่ 3 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างทันท่วงที
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากการรับแจ้งจาก พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ว่า มีชายสูงอายุรายหนึ่งถูกหลอกให้โอนเงิน โดยคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และต้องดำเนินการตรวจสอบทางการเงิน
ผู้เสียหายทราบชื่อคือ นายยุทธชัย แซ่ตั้ง อายุ 66 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตบางรัก ถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้กลอุบายกดดันให้โอนเงินออกจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย
เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตัวจนพบผู้เสียหายอยู่ภายในบ้านพักย่านซอยศรีเวียง ถนนเจริญกรุง โดยขณะเข้าตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายได้ทำการโอนเงินไปแล้วเป็นจำนวนประมาณ 850,000 บาท และยังคงถูกคนร้ายติดต่ออย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าระงับการทำธุรกรรมเพิ่มเติมได้ทัน ก่อนความเสียหายจะลุกลาม พร้อมทั้งพูดคุยทำความเข้าใจ จนผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้เสียหายมายัง สน.ยานนาวา เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมขบวนการคอลเซ็นเตอร์รายนี้มาดำเนินคดีโดยเร็ว
สำหรับคดีดังกล่าวมี ผู้เสียหาย เป็น ชายวัย 66 ปี รูปแบบหลอกลวง อ้างพัวพันคดียาเสพติด ความเสียหายโอนเงินแล้ว 850,000 บาท โดยผลการช่วยเหลือ ตำรวจระงับธุรกรรมเพิ่มเติมได้ทัน ทั้งนี้ตนได้สั่งกำชับให้เร่งรัดขยายผล เอาตัว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งขบวนการ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมทางการเงินโดยให้ตรวจสอบให้ละเอียดเพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อในลักษณะดังกล่าวได้

