เปิดประวัติ “มอจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

114

กรุงเทพฯ, วันที่ 12 มี.ค. – สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลประวัติของ อายะตุลลอฮ์ ฮัจญ์ ซัยยิด มอจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Hajj Seyyed Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดย ระบุว่า เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1969 ณ เมืองมัชฮัด (Mashhad) เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี (Grand Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้ล่วงลับ เริ่มต้นการศึกษาวิชาศาสนาเบื้องต้นที่โรงเรียน Ayatollah Mojtahid Tehrani

มีส่วนร่วมในแนวหน้าช่วงสงครามศักดิ์สิทธิ์ (Holy Defense) ร่วมกับเหล่านักรบแห่งอิสลาม หลังจากสิ้นสุดสงคราม ได้เดินทางไปยังเมืองกุม (Qom) ในปี 1968 เพื่อศึกษาต่อในระดับเซมินารีและพำนักอยู่ที่นั่นจนถึงต้นปี 1971 ก่อนจะกลับสู่เตหะรานเป็นเวลา 5 ปีเพื่อศึกษาต่อ จากนั้นปี 1977 ได้สมรสกับซาฮ์ร่า ฮัดแดด อเดล (Zahra Haddad Adel) และในปีเดียวกันได้ย้ายกลับไปยังเมืองกุมเป็นครั้งที่สองเพื่อบรรลุการศึกษาขั้นสูง และแสวงหาความเจริญทางจิตวิญญาณ

เส้นทางวิชาการและการยอมรับจากศาสนาจารย์

อายะตุลลอฮ์ มอจตาบา ได้ศึกษาวิชาขั้นสูงจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน และยังได้รับความรู้ด้านนิติศาสตร์อิสลาม (Jurisprudence) และหลักการศาสนาอย่างลึกซึ้งจากบิดา และจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับ Grand Ayatollahs เช่น Sheikh Javad Tabrizi, Sheikh Hossein Vahid Khorasani, เป็นต้น ท่านได้เข้าร่วมหลักสูตร Kharej ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการศึกษาทางศาสนาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 17 ปี ความโดดเด่นของท่านคือการนำเสนอแถลงการณ์ทางวิชาการเป็นภาษาอาหรับและความสามารถในการวิเคราะห์ประเด็นทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบของการตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงวิชาการ จนได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเหล่าผู้อาวุโส ด้วยอัจฉริยภาพ พรสวรรค์ ประกอบกับความเพียรพยายามและความแม่นยำ ส่งผลให้ท่านมีผลงานนวัตกรรมที่มั่นคงในระบบวิทยาศาสตร์ของเซมินารี โดยเฉพาะในด้านนิติศาสตร์ หลักการ และริจาล (Rijal)

วิสัยทัศน์ด้านการบริหารและการปกครอง

เป็นผู้มีรากฐานทางความคิดที่สอดประสานกันในชุดวิชาวิทยาศาสตร์อิสลาม และยึดมั่นในรากฐานของการผลิตผลงานทางวิทยาศาสตร์ในประเด็นต่าง ๆ นอกจากบทบาทด้านการสอนแล้ว ท่านยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบุคคลสำคัญในระบบการปกครองมาทุกยุคทุกสมัย มีประสบการณ์ล้ำค่าจากการจัดประชุมร่วมกับกลุ่มชนชั้นนำเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประเทศ ทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค (Governance of the country) ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ดังนี้ การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของราคาสินค้าจำเป็น, โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมวลชนที่มีราคาถูก รวดเร็ว และทันสมัย, การปฏิรูประบบเกษตรกรรมและปศุสัตว์ในอิหร่าน และ การสนับสนุนโครงการฐานความรู้ที่สำคัญ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

บทบาทด้านความมั่นคงและจิตวิญญาณ

มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และต่อเนื่องกับผู้บัญชาการทหารและผู้นำของแนวร่วมต่อต้าน (Resistance Front) โดยเฉพาะกับ ซัยยิด ฮัสซัน นัสราเลาะห์ (Sayyid Hassan Nasrallah) และ พล.อ.กาเซม โซไลมานี (Martyr General Hajj Qassem Soleimani) ทำให้ต้องเผชิญกับความเป็นศัตรูและความเกลียดชังจากสหรัฐอเมริกา และระบอบไซออนิสต์ ซึ่งนำไปสู่ความพยายามลอบสังหาร และกำจัดท่านหลายครั้ง แต่ด้วยความโปรดปรานของอิมามมะฮ์ดี (Imam Mahdi) และพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ทำให้ท่านรอดพ้นจากเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้ เพื่อรักษาท่านไว้เป็นกำลังสำคัญสำหรับ “วันแห่งสงครามที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่” ระหว่างฝ่ายแห่งความจริงและฝ่ายแห่งความจองหองระดับโลก