เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศให้ความเห็นหลังเรือสินค้า สัญชาติไทย ชื่อมยุรี นารี ถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ
นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ให้กำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในประเทศอ่าวเปอร์เซีย และขอสนับสนุนรัฐบาลไทยในการให้ความคุ้มครองคนไทยและผลประโยชน์ของไทย โดยมีข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาลไทยเพื่อรับมือกับสถานการณ์ ดังนี้
1. ให้มีแผนคุ้มกันเรือไทย (Protective Escort): จัดทำมาตรการคุ้มกันเรือพาณิชย์ในเส้นทางเสี่ยงภัยสูง รัฐบาล พิจารณาทำแผนคุ้มครองร่วมกับ กระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ และกระทรวงการต่างประเทศ อาจจะมีการประสานงานการเตือนภัยระหว่างสายเดินเรือในบริเวณดังกล่าว รวมทั้ง ประสานงานกับสหรัฐที่มีกองเรือรบในบริเวณนั้น เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ หรือให้การช่วยเหลือเมื่อมีเหตุจำเป็น
2. การประสานข้อมูล: รัฐบาลพิจารณาเผยแพร่ข้อมูลเขตอันตราย (Danger Zones) ให้ผู้ประกอบการไทยทราบอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้ง มาตรการที่จำเป็นเช่น การติดต่อประสานงานกับประเทศที่ให้การช่วยเหลือ รวมทั้ง แจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทยล่วงหน้าว่ามีแผนและเส้นทางเดินเรืออย่างไร
3. ให้กำหนดมาตรการทางเศรษฐกิจ: เตรียมแผนรับมือผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพจากวิกฤตสงครามในอ่าวเปอร์เซีย
4. มาตรการทางการทูต: คงจะไม่เป็นการดีหากไม่ทำให้ชัดเจนถึงข้อห่วงกังวลของไทย กระทรวงการต่างประเทศควรเรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อหารือและขอทราบข้อเท็จจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอคำมั่นจากอิหร่านว่าจะไม่กระทำการใดๆ ต่อเรือขนส่งสินค้าที่ชักธงไทยที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่าน ทั้งนี้ ขอให้แจ้งไปยังเมืองหลวงขอให้ทางการอิหร่านเข้าใจว่าไทยไม่ใช่ศัตรู และขอให้งดเว้นการกระทำใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรือสินค้าที่ชักธงไทย ทั้งนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า การให้ความคุ้มครองคนไทยและผลประโยชน์ของคนไทยไม่ควรกระทำด้วยการนิ่ง หรือดำเนินการเงียบ ๆ ควรที่จะทำให้ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังอันเป็นสิทธิของไทยที่พึงกระทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ
นายสรศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนถึงการใช้ยุทธวิธีโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมายและไม่ประกาศตัว ยืนยันว่าเรือไทยไม่สามารถพึ่งพาเพียง “ความเป็นกลาง” เพื่อความปลอดภัยในภูมิภาคนี้ได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ นายสรศักดิ์ยังมีข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ดังนี้
สำหรับญาติลูกเรือ: ควรประสานงานกองคุ้มครอง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อความรวดเร็วในการติดตามสถานการณ์สวัสดิภาพ
สำหรับผู้ประกอบการ: เร่งประเมินผลกระทบต่อ ค่าระวางเรือ (Freight Rates) และต้นทุนประกันภัยภัยสงคราม (War Risk Insurance) ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคมต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ

