สพฐ.ตร.เปิดแล็บ” โชว์เทคโนโลยีตรวจหลักฐานดิจิทัล–DNA–ลายนิ้วมือ ตามมาตรฐานสากล รับตำรวจอาเซียน ผนึกกำลังภัยสู้ไซเบอร์

140

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ​ ต้อนรับเครือข่ายตำรวจนิติวิทยาศาสตร์อาเซียน 9 ประเทศ ชมการทำงานจริง “Lab Tour” โชว์เทคโนโลยีตรวจหลักฐานดิจิทัล–DNA–ลายนิ้วมือ ตามมาตรฐานสากล มุ่งสร้างเครือข่ายรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมปูทางยกระดับความร่วมมือสู่ศูนย์กลางนิติวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในอนาคต

พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยภายหลังนำคณะตำรวจนิติวิทยาศาสตร์จากประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานจริงของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (Lab Tour) ณ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ว่า การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเครือข่ายตำรวจนิติวิทยาศาสตร์อาเซียน ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN Police Forensic Science Network Meeting) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–10 มีนาคม 2569 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน

การประชุมในปีนี้ให้ความสำคัญกับการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานด้านดิจิทัลเป็นหลัก สืบเนื่องจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเน้นการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงนำมาสู่การประชุมย่อยด้านนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาแนวทางตรวจพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลและสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในภูมิภาค

สำหรับการประชุมวันแรก ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการตรวจพิสูจน์ทางคอมพิวเตอร์ของแต่ละประเทศ พร้อมหารือแนวทางเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนคดีข้ามชาติ ขณะที่การประชุมวันที่สอง ช่วงเช้าเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตรวจพิสูจน์อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ รวมถึงคดีอาชญากรรมทั่วไป การตรวจอาวุธปืน และความร่วมมือด้านการตรวจเอกสารในเครือข่ายตำรวจอาเซียน

ในช่วงบ่าย คณะผู้แทนตำรวจอาเซียนได้เข้าชมห้องปฏิบัติการของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อศึกษาศักยภาพการทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐานไทย โดยมีการสาธิตการจำลองการตรวจสถานที่เกิดเหตุตามขั้นตอนมาตรฐานสากล 12 ขั้นตอน​ อ้างอิงแนวทางของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) ครอบคลุมการเก็บพยานหลักฐานสำคัญ เช่น DNA หลักฐานจากโทรศัพท์และอุปกรณ์ดิจิทัล การตรวจลายนิ้วมือ รวมถึงการตรวจสอบเอกสารและหนังสือเดินทาง ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ในห้องแล็บเฉพาะทาง

พล.ต.ท.อาทิชา กล่าวว่า การประชุมและการเยี่ยมชมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประเทศสมาชิกเป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ของภูมิภาค ส่งผลดีต่อการบังคับใช้กฎหมายและความปลอดภัยของประชาชนโดยรวม พร้อมยอมรับว่าการเก็บพยานหลักฐานของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกัน โดยบางประเทศอาจยังไม่ได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากลเทียบเท่าประเทศไทย การแลกเปลี่ยนความรู้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาระบบร่วมกัน

ส่วนแนวคิดการจัดตั้งศูนย์กลางนิติวิทยาศาสตร์ของอาเซียนนั้น ปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งอย่างเป็นรูปธรรม แต่ความร่วมมือจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการตรวจสถานที่เกิดเหตุในคดีสำคัญหรือเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่ก่อน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตมีแนวโน้มเป็นไปได้ เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย มีศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านนิติวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการประชุมครั้งดังกล่าวมุ่งเน้นเฉพาะความร่วมมือด้านพิสูจน์หลักฐานและวิชาการนิติวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางแต่อย่างใด