กลางผืนป่าชื้นเขตร้อนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งกำลังส่งกลิ่นหอมละมุนลอยไปตามสายลม “นมตำเลีย” หรือโฮย่าพาราซิติกา ไม้เถาเลื้อยพื้นถิ่นที่มีทั้งความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการขนานนามว่าเป็นอัญมณีแห่งพงไพร

อัญมณีแห่งพงไพร “นมตำเลีย” กลิ่นหอมจากธรรมชาติในโตนงาช้าง
เมื่อฤดูร้อนกำลังค่อยๆ เคลื่อนผ่านสู่ต้นฤดูฝน ผืนป่าทางภาคใต้เริ่มส่งสัญญาณแห่งชีวิตอีกครั้ง ในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างบางครั้งผู้มาเยือนอาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมากับสายลมจากยอดไม้และเถาวัลย์ในป่า กลิ่นนั้นเป็นสัญญาณของการผลิบานของไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในชื่อ “นมตำเลีย”
นมตำเลีย หรือHoya parasiticaเป็นไม้เถาเลื้อยอวบน้ำพื้นเมืองของเขตร้อน พบได้ตามป่าธรรมชาติ มักเลื้อยเกาะตามลำต้นไม้ใหญ่ ลักษณะเด่นคือมีน้ำยางสีขาวขุ่นอยู่ทุกส่วนของต้น ใบมีความอวบน้ำ และมีความหลากหลายของรูปทรงอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่ใบรูปหัวใจไปจนถึงรูปทรงรี บางสายพันธุ์ยังมีลวดลายสวยงามตามผิวใบอีกด้วย

ความงดงามของนมตำเลียไม่ได้อยู่แค่ที่ใบ แต่โดดเด่นที่สุดเมื่อถึงฤดูออกดอก ดอกของมันจะออกเป็นช่อทรงกลมแน่นคล้ายลูกบอล แต่ละดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกโค้งงอไปด้านหลัง สีสันมีตั้งแต่สีเหลืองอ่อน สีชมพู ไปจนถึงสีขาวนวล เมื่อบานพร้อมกันทั้งช่อจึงดูราวกับพวงดาวเล็กๆ ที่แขวนอยู่กลางพงไม้ พร้อมกับส่งกลิ่นหอมหวานละมุนไปทั่วบริเวณ
โดยทั่วไป นมตำเลียจะเริ่มออกดอกในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผืนป่ามีความชุ่มชื้นพอเหมาะ แสงแดดรำไรจากเรือนยอดไม้ช่วยให้เถาไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดี

ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้โฮย่าพาราซิติกาได้รับความนิยมในหมู่นักปลูกไม้ประดับเช่นกัน หลายคนนำไปปลูกในกระถางแขวนหรือจัดให้เลื้อยตามซุ้ม เพื่อให้ช่อดอกห้อยลงมาอย่างสวยงาม
แต่ในธรรมชาติแล้ว “นมตำเลีย” ยังเป็นมากกว่าพืชประดับ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าดิบชื้นที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ของโตนงาช้าง กลิ่นหอมที่ลอยผ่านสายลมจึงไม่ใช่เพียงความสวยงามของดอกไม้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ของผืนป่าที่ยังคงหายใจอยู่
ข้อมูลและภาพจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6
ซึ่งดูแลพื้นที่อนุรักษ์ครอบคลุมจังหวัดสงขลาและ
สตูล

