รัฐบาลไทยเตรียมความพร้อมอพยพคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับประเทศ หลังสถานการณ์การสู้รบระหว่าง อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ทวีความรุนแรง กระทบต่อความปลอดภัยของแรงงานและคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ กองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพอากาศ เตรียมแผนปฏิบัติการรองรับ
วันที่ 6 มีนาคม 2569 พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ เปิดเผยว่า การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ความขัดแย้งเป็นภารกิจที่เรียกว่า การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง (Non-Combatant Evacuation Operation : NEO) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ การปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยในต่างประเทศ
ทั้งนี้ การอพยพสามารถดำเนินการได้ 2 กรณี คือ กรณีแรก เมื่อรัฐบาลประเทศเจ้าบ้านให้ความร่วมมือ การดำเนินการจะเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นกรณีที่สอง หากรัฐบาลประเทศเจ้าบ้านไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของคนไทยได้ รัฐบาลไทยยังสามารถส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือพลเมืองของตนได้ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ค.ศ. 1963 ซึ่งกำหนดให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองพลเมืองของตน รวมทั้งหลักการ เยียวยาตนเอง (Remedial Measure) และ การแทรกแซงทางมนุษยธรรม (Humanitarian Intervention)
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการของกองกำลังทหารไทยจะต้องกำหนด กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) อย่างเคร่งครัด โดยใช้กำลังเฉพาะเพื่อ ป้องกันตนเองและคุ้มครองผู้อพยพ เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่นนอกจากนี้ จะมีการดำเนินมาตรการคัดกรองและพิสูจน์ตัวบุคคลของผู้อพยพ การกำหนดสัมภาระที่สามารถนำติดตัวได้ รวมทั้งการตรวจค้นวัตถุอันตรายก่อนขึ้นยานพาหนะของรัฐ
พลเอก กฤษณะ กล่าวว่า กองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพอากาศมีประสบการณ์ปฏิบัติภารกิจลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งมีการฝึกซ้อมในกรอบการฝึกทางทหารระหว่างประเทศ เช่น Cobra Gold ซึ่งมีการจำลองสถานการณ์อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง
“หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น รัฐบาลสามารถสั่งการให้กองทัพดำเนินภารกิจอพยพคนไทยกลับประเทศได้ทันที ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชนไทยในต่างแดน” พลเอก กฤษณะ กล่าว

