นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบอำนาจให้ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้รับมอบอำนาจพร้อมทนายความ ได้ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก จำเลยในคดีอาญาข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เป็นการกระทำละเมิด เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท โดยศาลอาญาตลิ่งชันรับคำฟ้องไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.527/2569 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 27 เมษายน 2569 13.30 น. โดยนายสุชาติจะเดินทางมาด้วยตัวเอง
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า การยื่นฟ้องคดีในวันนี้ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมองว่าหลังจากนี้ สส.จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในระหว่างสมัยประชุมจะไม่สามารถจับกุมหรือดำเนินคดีได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม เอกสิทธิ์ดังกล่าวมีข้อยกเว้นในกรณีที่มีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลโดยตรง จึงได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินต่อไปได้ก่อนการเปิดสมัยประชุมสภา
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ตนเคยไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ที่เป็นท้องที่เกิดเหตุแล้วในปมเดียวกัน ที่โพสต์กล่าวหาว่า “ไอ้รัฐมนตรีมาจากการโกงการเลือกตั้ง” และนางสาวรักชนกยังได้มีการคอมเม้นท์ในโพสเดียวกัน พิมพ์คำว่า “คนเฮ้งซวย” ที่เป็นชื่อเล่นของนายสุชาติ แม้ภายหลังนางสาวรักชนกจะแก้ไขข้อความ แต่นายสุชาติได้แคปข้อความได้ทัน ถือว่าการกระทำผิดสำเร็จไปแล้ว คดีนี้พนักงานสอบสวนได้รับคดีไว้ทำการสอบสวนแล้ว แต่เกรงว่าคดีล่าช้า จึงประสงค์ฟ้องคดีเองต่อศาลด้วยตนเอง โดยข้อความที่นางสาวรักชนกโพสต์รวมทั้งการนำภาพไปประกอบกับเนื้อหาทางการเมือง เป็นการบิดเบือนข้อมูลและอาจทำให้สังคมเข้าใจผิด
ดร.ณัฏฐ์ ยืนยันว่า นายสุชาติไม่เคยถูกดำเนินคดีอาญา ไม่เคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด และไม่เคยถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยว่าทุจริตการเลือกตั้ง
และจากการตรวจสอบประวัติของ ไอซ์ รักชนก พบมี 2 คดี ซึ่งคดีแรกพนักงานอัยการเป็นโจทย์ฟ้องไอซ์ รักชนก ในความผิดฐาน ม.112 คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 6 ปี คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และในคดีที่ 2 นายสุชาติยื่นฟ้องที่ศาลอาญารัชดา เรื่องตึก Skyy9 คดีนี้ศาลประทับฟ้องแล้ว รอสืบพยาน โดยนายสุชาติมีคำขอให้ศาลอาญาตลิ่งชัน บวกโทษและนับโทษต่อจาก 2 คดีนี้ส่วนคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เป็นกระทำละเมิดทางแพ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ประกอบมาตรา 423 เป็นผลโดยตรงจาการกระทำละเมิด ในคดีนี้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีตามกฎหมาย
ซึ่ง ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า พยานหลักฐานที่ปรากฏค่อนข้างชัดเจนและมีน้ำหนักเพียงพอในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานให้ศาลลงโทษได้ โดยนางสาวรักชนก ใช้เพจของตนเองในการสื่อสารทางการเมืองและโพสต์ความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ข้อความที่กล่าวหากระทบต่อนายสุชาติเป็นวงกว้าง หลังจากแจ้งความ ยังไปโพสต์ในเชิงดักทางไม่ให้นายอนุทินแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีอีก ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายเล็งกล่าวโทษเพิ่มเติมและฟ้องตรงต่อศาลทั้งนี้ยืนยันว่า การดำเนินคดีดังกล่าวไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปากทางการเมือง แต่เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในฐานะผู้เสียหาย
สำหรับพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ทีมกฎหมายได้รวบรวมข้อมูลและเอกสารทั้งหมดนำเสนอต่อศาลแล้ว โดยจะนำมาเปิดในวันที่ 27 เมษายนที่มีการไต่สวนมูลฟ้อง

