จะร้อนกี่วัน กทม. ไม่หวั่น สู้ร้อนด้วยจุดหลบร้อน BKK Cooling Spot และห้องหลบร้อน แถมจุดบริการน้ำดื่มรอบกรุง

90

(5 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งรัดสำนักสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจุดหลบร้อนให้มีประสิทธิภาพ ในการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า จริงๆ จุดหลบร้อนที่ดีที่สุด คือ ร้านสะดวกซื้อที่มีอยุ่ทุกมุมถนน และอยู่ใกล้ชุมชนและประชาชนมากที่สุด เราคงต้องให้เอกชนมาร่วมมือด้วย เช่น เซเว่น โลตัส แต่ก็ต้องแล้วแต่ทางผู้ประกอบการว่าจะร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานครหรือไม่ ส่วนจุดหลบร้อนของเราเอง สิ่งสำคัญคือ น้ำดื่ม ที่จะช่วยลดอาการที่อาจนำไปสู่โรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด ฝากสำนักงานเขตวางประจำจุดในชุมชนให้มีจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการและทั่วถึง รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียงที่อยู่ในบ้าน กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่ออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งทางสำนักงานประชาสัมพันธ์ เริ่มให้ความรู้และสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าวเป็นระยะ

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เน้นย้ำเรื่องการฉีดวัคซีนสุนัขและแมวในหน้าร้อน ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมด้วยช่วยกันอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแพร่ระบาดและสร้างความเดือนร้อนให้ช่วงหน้าร้อน ตลอดจนเรื่องการทำหมันสุนัขและแมวด้วย

ด้าน รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นห่วงเรื่องการเกิดอัคคีภัย ย้ำผู้อำนวยการเขตเร่งระวังและหาแนวทางการป้องกันพื้นที่เสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ และจุดไฟไหม้หญ้าตามสถานที่เสี่ยง

ด้าน พญ. เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร แนะว่า “วัด” คือ จุดหลบร้อนอีกหนึ่งสถานที่ใกล้ชุมชน โดยเพิ่มพัดลมหรือจุดบริการน้ำดื่มให้ครอบคลุม จะช่วยคลายร้อนให้ประชาชนได้อีกทางหนึ่ง

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 69 สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเตรียมจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) สวนสาธารณะ 48 แห่ง 110 จุด สวน 15 นาที จำนวน 200 แห่ง 242 จุด ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ทั้งหมด 255 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียน 51 แห่ง โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่งศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว76 แห่ง สำนักงานเขตทั้งหมด 50 แห่ง บริการน้ำดื่มสะอาด 2,806 จุด

จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้สภาพอากาศมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความร้อนเมือง (Urban Heat) กรุงเทพมหานครจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรการบริหารจัดการความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2569 ทั้งในมิติด้านพื้นที่และประชาชน

สำหรับการแจ้งเตือนภัยความร้อน กรุงเทพมหานครได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลตนเองตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยแบ่งการแจ้งเตือนเป็น 4 ระดับ ดังนี้

  1. ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) ค่าดัชนีความร้อน 27.0–32.9 องศาเซลเซียส ติดตามข้อมูลข่าวสารและดูแลสุขภาพทั่วไป
  2. ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) ค่าดัชนีความร้อน 33.0–41.9 องศาเซลเซียส ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  3. ระดับสีส้ม (อันตราย) ค่าดัชนีความร้อน 42.0–51.9 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น
  4. ระดับสีแดง (อันตรายมาก) ค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 52.0 องศาเซลเซียส ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke)

ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้ ไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในอากาศ ซึ่งหากความชื้นสัมพัทธ์สูง ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกร้อนและไม่สบายตัวมากกว่าอุณหภูมิจริง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับการบริหารจัดการความร้อนเมืองจากมาตรการเชิงรับสู่การบริหารจัดการเชิงรุก ดังนี้ ทั้งการเสนอร่างแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การผลักดันการดำเนินงานตามแผนให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร พร้อมกำหนดมาตรการรับมืออย่างครอบคลุมในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงในอนาคต