อันดามัน, วันที่ 3 มีนาคม – นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยผลสำรวจทางอากาศพื้นที่ทะเลอันดามันตอนบน โดยระบุว่า พบสัตว์ทะเลหายากจำนวนมาก โดยเฉพาะพะยูนฝูงใหญ่และคู่แม่-ลูก บริเวณเกาะระ-พระทอง ถือเป็นสัญญาณบวกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ทรัพยากรทางทะเลเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นหญ้าทะเล ปะการัง พื้นที่ชายฝั่ง สัตว์ทะเลน้อยใหญ่ รวมถึงสัตว์ทะเลหายาก

ด้านนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ได้รายงานผลการบินสำรวจประชากรและประเมินสุขภาพสัตว์ทะเลหายาก (Aerial Survey) ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 ด้วยเครื่องบินเล็กแบบปีกตรึง 2 ที่นั่ง ร่วมกับนักบินอาสาสมัคร Mr. Eduardo Angelo Loigorri ครอบคลุมพื้นที่เกาะช้าง เกาะพยาม เกาะค้างคาว บางเบน เกาะขาม เกาะกำใหญ่ จังหวัดระนอง และเกาะยาว เกาะระ เกาะพระทอง จังหวัดพังงา

ผลการสำรวจเบื้องต้น พบสัตว์ทะเลหายากรวม 3 ชนิด ได้แก่ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Finless Porpoise) จำนวน 8 ตัว บริเวณเกาะยาว จังหวัดพังงา พะยูน จำนวน 20 ตัว โดยพบคู่แม่–ลูก 1 คู่ แสดงพฤติกรรมว่ายน้ำหาอาหารบนแนวหญ้าทะเล บริเวณเกาะระ–พระทอง จังหวัดพังงา เต่าทะเล รวม 40 ตัว โดยพบ 35 ตัว บริเวณเกาะระ–พระทอง จังหวัดพังงา และอีก 5 ตัว บริเวณเกาะกำใหญ่ จังหวัดระนอง ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้จะนำไปใช้คำนวณจำนวนประชากรที่แท้จริง ประเมินความหนาแน่นของสัตว์ทะเลหายาก และใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามแนวโน้มประชากรในระยะยาว

ทั้งนี้ ปลัด ทส. เน้นย้ำว่า การใส่ใจ ดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องชุมชนชายฝั่ง ประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบต่างๆ ในการช่วยกันเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ ซึ่งลำพังเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีไม่เพียงพอต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดังนั้น หากพบการกระทำผิดกฎหมาย บุกรุก ทำลายทรัพยากรทางทะเล หรือพบเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นทั้งมีชีวิตและตาย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ เพื่อจะได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือได้ทันท่วงที หรือแจ้งมาที่สายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร.1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

