ถ้าพูดถึงจังหวัดเลย หลายคนคงนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ภูกระดึง และภูเรือ แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหนึ่งภู ที่ดูแล้วสวยงามไม่แพ้กัน ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา และอากาศดี ตลอดปี แถมยังมีดอกไม้ป่านานาชนิด ผลิดอกออกใบ รอวันที่นักท่องเที่ยวจะไปชมความงาม วันนี้รองเท้าแก้วจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง” มนต์เสน่ห์ผืนป่าและดอกไม้งามแห่งเมืองผีตาโขนกันค่ะ

“เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง” มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 4 อำเภอ คือวังสะพุง ภูเรือ ด่านซ้าย และภูหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 5 แสนไร่ เป็นทั้งที่ราบสูงและเขาสูงชันปกคลุมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี และอยู่ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร อากาศที่ภูหลวงจะเย็นสบายตลอดทั้งปีและเคยมีอุณหภูมิต่ำจนถึงขั้นติดลบในช่วงฤดูหนาว ถึงกับมีเหมยขาบ หรือ แม่คะนิ้ง เกิดขึ้น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมากเลยค่ะ

ส่วนช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าวเหมือนกับพื้นที่อื่นค่ะ ที่นี่ยังคงมีความเย็นปกคลุมไปทั่วบริเวณภูเขาอันสูงใหญ่แห่งนี้ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส และช่วงนี้เอง ที่บรรดาดอกไม้ป่าจะผลิดอกออกสีสันประชันความงาม กันทั่วทั้งผืนป่าผลัดกันออกดอกให้ชมทั้งปี อาทิ ดอกกุหลาบพันปีสีแดงและสีขาว กล้วยไม้ป่าอย่าง รองเท้านารีอินทนนท์ กล้วยไม้ดิน กล้วยไม้ป่าดอกขาว เอื้องสร้อยระย้า เอื้องพลายงาม และจำพวกเฟิร์น ซึ่งสามารถหาชมได้ ที่บริเวณลานสุริยัน หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา ต้องบอกว่าที่ภูหลวงถือเป็นแหล่งรวมกล้วยไม้และไม้ป่าหายากหลากหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจ อีกแห่งหนึ่ง

หากมาในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ปลายปี ถึงต้นปีก็จะมีดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ราชินีแห่งผืนป่า ให้เราเห็นท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะภาคเหนือเท่านั้นแต่ที่ภูหลวงแห่งนี้ก็มี ให้เห็นเช่นกันค่ะ หากเพื่อน ๆ อยากเก็บภาพความประทับใจแบบฟีลเมืองนอก “ใบเมเปิ้ล” สีแดงร้อนแรงท่ามกลาง ขุนเขาอันหนาวเย็น ก็รอให้เพื่อน ๆ มาเช็คอินด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีจุดชมพระอาทิตย์สาดแสงสีส้มดวงกลมโตที่ผาช้างม่าน และผากุหลาบแดงด้วยค่ะ

“ภูหลวง” เหมาะแก่การเที่ยวทุกช่วง…สนุกทุกฤดู
คำกล่าวนี้ไม่ไกลเกินจริงเลยค่ะ ถ้าหากเพื่อนมาเที่ยวในช่วงฤดูฝน จะเห็นดอกไม้ป่าและดอกหญ้าเล็ก ๆ ขึ้นตามทุ่งหญ้า ส่วนใครมาช่วงที่อากาศหนาวจัดก็จะพบกับใบเมเปิ้ลร่วงหล่นตามพื้นดิน และต้นกระดุมเงิน รองเท้านารีก็มีให้เห็น ตามพื้นดินและก้อนหินบริเวณป่าดิบเขา และยังมีความงามของป่าสน ที่ขึ้นเรียงรายส่งกลิ่นอายหอมอ่อน ๆ รวมทั้งทุ่งหญ้าที่โบกสะบัดพัดปลิวไปตามสายลมก็มาชมได้ที่นี่ค่ะ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ภูหลวงก็ตอบโจทย์ได้อย่างดีเลยค่ะ โดยสามารถ ขึ้นทางอำเภอภูเรือ โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา จนถึงรอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งระหว่างทางจะได้พบกับดอกไม้ป่านานาพันธุ์ แต่ขอย้ำต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางไว้ก่อนด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยจะได้ไม่หลงป่า และไม่ต้องเผชิญหน้ากับช้างป่าที่ดุร้ายด้วยค่ะ ซึ่งเส้นทางนี้จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 วัน นอกจากนี้ยังมีทริปที่ใช้การ เดินทางระยะสั้นกว่านี้แบบไม่เกิน 2 กิโลเมตร ด้วยค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสมาเยือนภูหลวงแล้ว รองเท้าแก้ว ขอแนะนำให้พักค้าง สูดอากาศดี ๆ ที่นี่สักคืนนะคะ เพราะจะช่วยรีเซ็ตร่างกายให้กลับมาสดใสสดชื่น ได้อย่างดีค่ะ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 064-024-0743 และทาง Facebook ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ขอบคุณภาพจาก # เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

