วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ให้ความเห็นกรณีหอมหัวใหญ่ไทยกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำว่า นอกจากวิกฤตมะพร้าวน้ำหอมแล้ว ภาคเหนือกำลังเจอกับวิกฤตราคาหอมหัวใหญ่ตกต่ำ ทั้งที่พึ่งเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว จากการที่รัฐบาลปล่อยให้มีการนำเข้าหอมหัวใหญ่เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกปี จนหอมนำเข้าทุบตลาดไทย ทำให้ราคาหอมหัวใหญ่และหอมแดงไทยตายเรียบ

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า อธิบายง่าย ๆ ว่า หอมใหญ่ในไทย ผลิตได้ประมาณปีละ 30,000 ตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ เราจึงต้องมีการนำเข้า แต่เราดันปล่อยให้มีหอมนำเข้ามาขายในตลาดในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของหอมไทย (ธันวาคม-เมษายน) ทำให้หอมล้นตลาด ส่งผลกระทบหนักทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยที่รับซื้อจากเกษตรกรเต็ม ๆ
พร้อมทั้งระบุข้อเสนอที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันทีว่า ปัญหานี้รัฐบาลสามารถเริ่มต้นแก้ไขได้ง่ายมาก เพราะหอมหัวใหญ่เป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้ว ดังนั้น รัฐสามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ มาตรา 25 (3),(5), และ (11) ที่ให้อำนาจรัฐมนตรีพาณิชย์กำหนดหลักเกณฑ์การจำหน่าย แผนการจำหน่าย หรือห้ามจำหน่ายหอมหัวใหญ่ในช่วงฤดูผลผลิตหอมไทยในช่วงนี้ก่อนได้ แล้วค่อยนำหอมนอกกลับมาขายหลังฤดูหอมไทย
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่สามารถทำได้ทันที หากเรามีรัฐบาลและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ที่เข้าใจในการจัดการผลผลิตทางการเกษตร หากรัฐบาลเห็นความสำคัญกับเกษตรกรไทยมากกว่านายทุนผู้นำเข้า รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ทันที
นายภัทรพงษ์ กล่าวย้ำว่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดครั้งแรก ปีที่แล้วชาวสวนลำไยก็เจอปัญหาราคาตกต่ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์มาแล้ว มาวันนี้รัฐบาลกำลังจะทำให้หอมใหญ่เป็นแบบนั้นอีก พูดได้คำเดียว กับรัฐบาลที่หาเสียงว่า เดี๋ยวคนไทยจะรวยจนทนไม่ไหว! หรือเหมือนกับที่นักการเมืองคนหนึ่งกล่าวว่า กระทรวงเกษตรไม่ใช่ใครก็คุมได้ ถ้าไม่ใช่ผมเดี๋ยวคุณก็รู้ คำเดียวที่พูดได้กับคนเหล่านี้คือคำว่า “ปลอม” คนที่มีเจตจำนงในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไม่มีทางทำผิดพลาดซ้ำ ๆ ทุกครั้งแบบนี้แน่นอน

