พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมส.ส.แบบแบ่งเขต ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 25 คน เดินทางโดยรถบัส มายังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวในส่วนของ สส.แบบแบ่งเขต
ทันทีที่เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา นายยศชนัน นำ สส. เข้าสักการะพระสยามเทวาธิราช และศาลตายาย เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้ามายังสถานที่รับรายงานตัว ชั้น B1

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ว่า ภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน วันนี้เป็นสิ่งที่ดีงามที่ สส.พรรคเพื่อไทย มาด้วยกัน แสดงความเป็นปึกแผ่นว่าเราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชน
ส่วนการพูดคุยเรื่องกระทรวงตามที่เป็นกระแสข่าวนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ยังไม่มีมีการพูดคุย ตั้งแต่วันไปพบปะพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตอนนี้จำเป็นที่ต้องพูดคุยเป็นการภายในพรรคว่าวันนี้เราจะอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ โดยปฏิเสธกรณีพรรคภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว

ด้านนายจุลพันธ์ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีนี้ว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องของการแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีใด ๆ ซึ่งการหารือกับพรรคภูมิใจไทยเบื้องต้น เป็นการพูดคุยเรื่องการทำงานร่วมกัน ยังไม่มีมีการพูดถึงว่าแต่ละพรรคมีความถนัด หรือว่าจะแบ่งจัดสรรกันอย่างไร ซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลักของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง ต้องรอให้ อันดับหนึ่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลในการรวบรวมเสียงให้ครบถ้วน ทราบจากข่าวว่าเกือบแตะ 300 เสียงแล้ว เป็นตัวเลขที่ยืนยันว่าการเดินหน้าสู่การเป็นรัฐบาลเป็นไปตามเช่นนั้นได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำหลัก ที่จะนัดหมายเข้าไปพูดคุยเรื่องความเหมาะสมของบุคลากร ความถนัดของแต่ละพรรค และนโยบายที่มี เพื่อขับเคลื่อนการเป็นรัฐบาลร่วมกัน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อำนาจในการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามกฎหมาย เป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากมีการรับรอง สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เสร็จสิ้น คงจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ และมีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ทั้งสองตำแหน่ง ก็จะมีการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากนั้นจะมีความชัดเจน และเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะส่งชื่อรัฐมนตรีเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดังนั้น จึงไม่ใช่พรรคเพื่อไทยที่จะมีอำนาจหรือไม่ โดยการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เชื่อว่าการพูดคุยในลักษณะนี้จะเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความราบรื่นและเข้าใจตรงกัน
นายจุลพันธ์ ย้ำว่ากระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่มีเหตุการณ์ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อไปแล้วด้วย ซึ่งรอให้มีการพบปะหารือเรื่องแค่นี้ก็จบแล้ว
นายจุลพันธ์ ยืนยันด้วยว่า พรรคเพื่อไทยมีความสามัคคี ซึ่งเห็นได้ชัดจากวันนี้ที่ยกขบวนกันมา โดยในส่วนของ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็จะมารายงานตัวพร้อมกันเช่นเดียวกันกับวันนี้ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ความพร้อมในการเดินหน้าทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ โดยจากนี้นายยศชนันจะนำประชุม สส.พรรค ในเรื่องของการยื่นเสนอกฎหมาย โดยพร้อมจะยื่นทันทีหลังมีการเปิดสภาฯ กว่า 20 ฉบับ และเตรียมวางตัวให้ สส. ยื่นเสนอกฎหมาย
ขณะที่นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกเรื่องได้มีการหารือกันภายในพรรค อย่างวันแรกที่เข้ามาทำงานจะทำอะไรบ้าง ประเทศมีปัญหาเรื่องอะไร กระแสโลกเป็นอย่างไร มีความพยายามที่จะดูบุคลากรต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกันกับรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม กระทรวงเดียวทำงานไม่ได้ ต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานให้กับทุกคน จึงจะสามารถผลักดัน ให้ประเทศเดินหน้าได้
นายยศชนัน ปฏิเสธตอบคำถามว่าจะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตอบเพียงสั้น ๆ ว่าหากมีความแน่ชัดก็จะแจ้งให้ทราบ พร้อมย้ำด้วยว่าไม่มีกระทรวงเกรดเอ บี หรือซี ทุกกระทรวงมีความสำคัญทั้งหมด
ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะขับเคลื่อนในด้านต่าง ๆ นั้น นายนายยศชนัน กล่าวว่า จะต้องมีความเชื่อมโยงกันกับนโยบายพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหากมีความแน่ชัดกว่านี้ก็จะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ

