ดีอี ยัน “กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง จ.นครราชสีมา” ข่าวปลอม

102

กรุงเทพฯ, วันที่ 24 ก.พ. – นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ว่าเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,554 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งสิ้น 4,955 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,948 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 6 ข้อความ และช่องทาง Website 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 34 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง

โดยข่าวปลอมได้แก่ เรื่อง กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง จ.นครราชสีมา, เรื่อง เตือนภัย จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6 ริกเตอร์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ และ เรื่อง ทหารไทยเปิดฉากโจมตีที่ช่องอานม้า ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนข่าวบิดเบือน เรื่อง กองทัพสหรัฐฯ ขนอาวุธและยุทโธปกรณ์ คอบร้าโกลด์ 2026 ส่งตรงถึงชลบุรี

ขณะที่ข่าวจริง ได้แก่ เรื่อง  ผู้เกษียณอายุปี 69 ยื่นรับบำเหน็จ-บำนาญ ผ่านระบบ Digital Pension เริ่ม 1 ก.พ. 69, เรื่อง ID LINE : 11295689 คือบัญชีไลน์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA Thailand  และเรื่อง วันที่ 24-25 ก.พ. 69 ภาคอีสาน เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “กัมพูชาเคลื่อน PHL-03 ประชิดชายแดน มีรัศมีไกลถึง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่าประเทศกัมพูชาได้มีการเคลื่อนย้ายระบบจรวด PHL-03 มาประชิดชายแดน ซึ่งอาจสร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยทางกองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ไม่มีการเคลื่อนไหวทางทหารตามที่กล่าวอ้าง จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและงดส่งต่อ เพื่อป้องกันความสับสนในสังคม

ทั้งนี้กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด