ตำรวจนครบาลเดินหน้าดูแลบุคลากรเชิงรุก จับมือโรงพยาบาลตำรวจ เปิดโครงการประเมินสุขภาพอารมณ์และสุขภาวะทางใจ เสริมความแข็งแรงทางจิตใจ รับมือภารกิจหนักและความกดดันในยุคปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีพิธีเปิด โครงการประเมินสุขภาพอารมณ์และดูแลสุขภาวะทางใจของข้าราชการตำรวจ สังกัด บช.น. ประจำปี 2569 โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานในพิธี
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่ (สบ 8), พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า, พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ทินกร สมวันดี ผู้บังคับการอำนวยการ บช.น. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจในสังกัด และคณะแพทย์จาก โรงพยาบาลตำรวจ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง บช.น. และ รพ.ตร. มีเป้าหมายสำคัญในการให้ความสำคัญกับ สุขภาพจิตและอารมณ์ของข้าราชการตำรวจ ควบคู่ไปกับสุขภาพกาย โดยเฉพาะในบริบทการทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และความเสี่ยงจากภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ภายในโครงการมีการจัดกิจกรรมอบรมและให้บริการประเมินสุขภาพจิต โดยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกจากกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่อง Biofeedback เพื่อประเมินระดับความเครียดและสุขภาพหลอดเลือด รวมถึงการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ การประเมินสุขภาพใจ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต, ทักษะการทนทานต่อความทุกข์ (Resilience), กิจกรรมกลุ่มเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและการดูแลตนเอง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.กล่าวเน้นย้ำว่า ข้าราชการตำรวจทุกนายถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความกดดันและความเสี่ยงรอบด้าน การดูแลสุขภาพกายควบคู่กับสุขภาพจิตจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอารมณ์ ประสิทธิภาพในการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดีของตำรวจและครอบครัว
พร้อมระบุว่า การจัดโครงการในครั้งนี้สะท้อนถึงการดูแลบุคลากรอย่างรอบด้าน เปิดโอกาสให้ข้าราชการตำรวจได้ตระหนักรู้ เข้าใจ และเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม อันจะช่วยป้องกันความเสี่ยง ลดปัญหาความเครียดสะสม และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ ผบช.น. ได้กล่าวขอบคุณคณะแพทย์และทีมงานโรงพยาบาลตำรวจที่เสียสละเวลามาดูแลสุขภาพจิตของตำรวจนครบาล พร้อมเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำความรู้และคำแนะนำไปปรับใช้ในการดูแลตนเอง รวมถึงช่วยดูแลเพื่อนร่วมงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรตำรวจให้มีความเข้มแข็งทั้งกายและใจอย่างยั่งยืน

