“สุชาติ” สั่ง ทส. ระดมอากาศยาน–กำลังภาคพื้นสกัดการไฟป่าทองผาภูมิ

316

กาญจนบุรี, วันที่ 20 ก.พ. – นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงถสานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดให้เตรียมความพร้อมในการเข้าระงับเหตุ  ทั้งกำลังพล การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย และอากาศยานไร้คนขับใช้ตรวจเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน

โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ และนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ในฐานะหัวหน้ากลุ่มป่าที่ 12 กลุ่มป่ารอบเขื่อนศรีนครินทร์ (จังหวัดกาญจนบุรี) พร้อมด้วยนายอัครเดช วงศ์กาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ซึ่งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด ประกอบด้วย นายนพพันธ์ เกตุพุฒ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.4 (อู่ล่อง) และหัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ทองผาภูมิ ร่วมบูรณาการกับนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 (ท่าเสา) นายอำพร แสนสุข หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.3 (พุถ่อง) และนายสมนึก แผนสมบูรณ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.6 (พุเตย) ร่วมวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่อื่นๆในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี

จากการลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และเฝ้าระวังเหตุไฟป่า โดยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.4 (อู่ล่อง) และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ทองผาภูมิ ได้ตรวจพบกลุ่มควันไฟบริเวณป่าเขาน้ำโจนด้านทิศตะวันออกของ เขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษีและป่าเขาบ่อแร่ แปลงที่ 1 โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมไฟมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ และขณะเดียวกัน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) เข้าสำรวจสถานการณ์เพิ่มเติม เพื่อประเมินขอบเขตการลุกลามของไฟ พบจุดไฟไหม้จำนวน 3 จุด จึงเร่งประสานกำลังเจ้าหน้าที่รวม 60 นาย จากเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.4 (อู่ล่อง) จำนวน 20 นาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 15 นาย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 (ท่าเสา) จำนวน 10 นาย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.3 (พุถ่อง) จำนวน 10 นายและเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.6 (พุเตย) จำนวน 5 นาย เข้าควบคุมไฟป่า

พร้อมกันนี้ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้เฮลิคอปเตอร์หมายเลข ทส 1110 ขึ้นบินสำรวจและทิ้งน้ำสนับสนุนการควบคุมไฟ 5 เที่ยวบิน (ปริมาณน้ำ 2,500 ลิตร) โดยสามารถดับไฟได้บางส่วนและช่วยลดความรุนแรงของเปลวไฟเพื่อเปิดทางให้กำลังภาคพื้นเข้าดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นยังคงเข้าควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ภาคพื้นได้ดำเนินการควบคุมและดับไฟป่า โดยสามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในจุดที่ 2. และจุดที่ 3. ไว้ได้ สำหรับจุดที่ 1. สามารถดับไฟได้บางส่วน ซึ่งบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงไฟได้ เนื่องจากไฟได้ลุกลามขึ้นสู่ยอดเขาสูงชัน ไม่สามารถดับได้โดยตรง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำแนวกันไฟบล็อกเพื่อไม่ให้ลุกลามและให้อยู่ในแนวควบคุม ทั้งนี้ได้จัดให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพร้อมวางแผนการเข้าปฏิบัติและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง