“ประเสริฐ” โต้เดือด! เอ็มโอยูไร้สแกนม่านตา ชี้ปมถูกปูดเป็นเกมการเมือง

104

‘ประเสริฐ’ ปัดข่าวคำให้การดีเอสไอหลุด ยันไม่มีข้อความทำ ‘ธรรมนัส’ เสียหาย แจงเอ็มโอยูไร้เรื่องสแกนม่านตา เผย ได้รับคำชี้แนะจากหลายหน่วยงานก่อนเซ็น มองเป็นเรื่องการเมือง ถูกปูดประเด็นมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง

วันนี้ (19 ก.พ. 69) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารคำให้การต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตา แลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้เอ็มโอยู ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วีซีซี ของประเทศสิงคโปร์ ว่า ตนเองไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดหรือคำให้การที่ตนเองได้ให้กับดีเอสไอ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งดีเอสไอ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ขอยืนยันว่าในคำให้การไม่มีการพูดในเรื่องที่ทำให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดเอ็มโอยูที่ปรากฏเป็นข่าว และอาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หรือมีการพยายามสร้างความเข้าใจว่าในเอ็มโอยูเกี่ยวข้องกับการสแกนม่านตาเพื่อนำไปแลกกับเงินดิจิทัลฯ นั้น ขอยืนยันว่า ในเอ็มโอยูไม่มีรายละเอียดเรื่องสแกนม่านตา แต่ในเอ็มโอยูเป็นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่เห็นถึงการพยายามที่จะผูกให้มีการเชื่อมโยงเรื่องสแกนม่านตาเข้ามา ส่วนการนำเอกสารที่เป็นความลับของราชการออกมาเปิดเผย และไม่รู้ว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอมนั้น ตนเองมองว่าเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นการปล่อยของทางการเมือง ตนไม่ทราบว่า วัตถุประสงค์ต้องการอะไร แต่ในเมื่อมีชื่อตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องออกมาชี้แจง

เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาอยู่ในช่วงที่พรรคแกนนำกำลังเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหลายคนจับตาอยู่ว่าจะมีพรรคเขียว พรรคแดงเข้ามาร่วมกันหรือไม่ มองเรื่องนี้อย่างไร นายประเสริฐ กล่าวว่า เรื่องนี้มีประเด็นมาตลอดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง หลังจากการเลือกตั้งก็มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก มองว่าเรื่องนี้มีการทำเป็นระบบที่จะทำให้เกิดเป็นเรื่องการเมือง

ส่วนหลังจากมีกระแสข่าวออกมา ได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนบาดหมางใจกันได้ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่ยืนยันว่าคำให้การของตนเองต่อดีเอสไอ ไม่ทำให้ร.อ.ธรรมนัส ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

เมื่อถามย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับกลุ่มทุนสิงคโปร์จริงหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอไม่ลงรายละเอียด แต่ยืนยันไปตามรายละเอียดที่ให้การกับดีเอสไอไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ และไปให้การในฐานะพยาน และรายละเอียดในเอ็มโอยูนั้นก็ได้รับการแนะนำ ชี้แนะจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ในเวลานั้น ก็ได้เซ็นเอ็มโอยูกับหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน