ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร. )  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องกับคดีพบศพนิรนาม 2 ศพ ถูกฆ่าโหดทุบใบหน้าเละ สวมกุญแจมือและใช้เทปกาวมัดข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง ผ่าท้องยัดแท่งปูนถ่วงน้ำใส่กระสอบป่านลอยอืดมาตามน้ำโขง โดยศพแรกพบวันที่ 27 ธ.ค. ในเขตพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ศพที่ 2 พบในเขต อ.เมือง จ.นครพนม โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ.ตร. พ.ต.ต. หญิง จรัญญา สามสุวรรณ นักวิทยาศาสตร์ (สบ2) สถาบันนิติเวชวิทยา ร.ต.อ.ชม ปูรัตน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม และร.ต.อ.ธีรพงษ์ ท่าโหม รอง สว.สอบสวน สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม สรุปผลการตรวจยืนยันตัวบุคคลจากดีเอ็นเอ พบว่าศพนิรนามที่พบ คือ นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ซึ่งตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบแล้วตรงกับบุตรชาย คือ นายกึกก้อง บุปผาวัลย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ส่วนศพนิรนามที่พบในท้องที่ สภ.เมืองนครพนม สรุปผลการตรวจยืนยันตัวบุคคลจากดีเอ็นเอของ คือ นายไกรเดช ลือเลิศ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 ม.2 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับบุตรชาย คือ นายมนตรี ลือเลิศ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 ม.2 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย และได้มีการตรวจลายพิมพ์ นิ้วมือ ตรงกับในทะเบียนราษฎร์ ของ นายไกรเดช

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม และสภ.ธาตพนม ได้ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว แต่เนื่องจากตนเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ และเชื่อว่าผู้ตายถูกฆาตกรรม จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนรับเป็นสำนวนคดีอาญา และเร่งรัดการสอบสวน ส่วนคดีชันสูตรพลิกศพ ให้รีบเร่งรัดดำเนินการส่งศาลเพื่อไต่สวน ว่า ผู้ตายเป็นใคร เสียชีวิตที่ไหน ใครเป็นผู้ทำให้ตาย ส่วนจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป แต่ในเบื้องต้นให้รับเป็นคดีอาญาเอาไว้ก่อน ส่วนวัตถุพยานที่พบ อาทิ กระสอบป่านที่ใช้ใส่ศพพบว่าเป็นกระสอบใส่ข้าวโครงการรับจำนำเมื่อปี 2556-2557 ขณะที่เสาปูนที่ใช้ยัดในตัวศพและกุญแจมือไม่พบว่ามีใช้ในประเทศไทย ซึ่งเรื้่องนี้ตนได้สั่งการไปแล้วให้ตรวจสอบให้มีความชัดเจน

“ยืนยันว่าศพที่พบทั้ง 2 ศพ ไม่ใช่นายสุรชัย แซ่ด่าน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งข้อมูลด้านการข่าวของฝ่ายความมั่นคงไม่พบข้อมูลว่านายสุรชัย เสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนศพที่พบจะเป็นคนสนิทของนายสุรชัย หรือไม่ ฝ่ายความมั่นคงไม่มีข้อมูลตรงนี้ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบไม่มีศพที่ถูกฆาตกรรมในลักษณะแบบนี้ในเขตพื้นที่ จ.นครพนม” รองผบ.ตร. กล่าวและว่า สำหรับศพนายไกรเลิศ สามารถดำเนินการออกใบมรณะบัตรและให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลได้ ส่วนอีกรายต้องรอให้ศาลไต่สวนให้แล้วเสร็จ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ มีหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ เลขที่ ก.76/2557 ฐานความผิดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหมายจับของศาลจังหวัดลพบุรี ที่จ91/2557 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในกรณีนายชัชชาญ ต้องรอให้ศาลไต่สวนให้แล้วเสร็จและชี้ให้แน่ชัดว่าผู้ตายเป็นใคร ตนก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป