สอบสวนกลาง–ปทส.–ป.ป.ท. บุกค้น 4 จุด ”วัดป่าชนะใจ” พบแผ้วถางป่าสปก.กว่า 2,000 ไร่ ทำบ้านขายปฏิบัติธรรมหลังละ 5 แสน – เร่งตรวจสอบเส้นทางเงิน

115

วันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ร่วมกับนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ปปท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการป.ป.ท.และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นำกำลังตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจค้น “วัดป่าชนะใจ” ต.หนองย่างเสือ อ.หมวกเหล็ก จ.สระบุรี รวม 4 จุด หลัง สปก.แจ้งความว่ามีกลุ่มพระสงฆ์บุกรุกพื้นที่ สปก. และกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านรวม 2,000 ไร่

จุดแรกเป็นที่ตั้งวัดป่าชนะใจ อยู่ในเขต สปก. เนื้อที่ 13 ไร่ เดิมมีผู้ครอบครองทำกิน แต่ภายหลังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทางวัดจึงเข้าถือครองและก่อสร้างอาคารราว 10 หลังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ตรวจสอบใบสุทธิและบัตรพระสงฆ์ทั้งหมด พร้อมเชิญเจ้าคณะตำบลรับทราบพฤติการณ์บุกรุกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 2 “หมู่บ้านอาริยะ” แบ่งล็อก–ขึ้นโครง รอขายบ้าน 5 แสน พบการแผ้วถางป่า ปรับพื้นที่ แบ่งล็อก วางฐานเตรียมติดตั้งบ้านน็อกดาวน์ รวมถึงติดตั้งเสาไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค เตรียมขายบ้านให้พุทธศาสนิกชนในราคา 500,000 บาทต่อหลัง เพื่อเข้ามาปฏิบัติธรรม

จุดที่ 3 “พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ” ใช้เครื่องจักรหนักปรับพื้นที่พบรถแบกโฮ รถสิบล้อ ขุดหลุม ถมดิน ตัดต้นไม้ เตรียมก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม

และจุดที่ 4 “ผาชนะใจ” เตรียมสร้างพระใหญ่ บนเนินเขาพื้นที่เนินเขาสูง พบการปรับหน้าดิน เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ ปลูกต้นไทรและปักธงวัดแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมติดป้าย “ห้ามบุกรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน”

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าระหว่างการตรวจค้น ไม่พบตัวครูบาชัยวัฒน์ เจ้าสำนักสงฆ์ดังกล่าวแต่อย่างใด พบเพียงทนายความและแม่ชีที่มาร่วมสังเกตการณ์ ส่วนตัวครูบาชัยวัฒน์ ทางทนายอ้างว่าเดินทางไปรับกิจนิมนต์ที่ จ.อุบลราชธานี

ด้านพล.ต.ต.เอนก เปิดเผยว่า จากข้อมูลลับและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบว่าวัดป่าชนะใจถือครองที่ดิน สปก. รวม 13 แปลง เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ก็จะเตรียมประสาน สปก. และป่าไม้ เข้าแจ้งความดำเนินคดี พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ทุนก่อสร้างมาจากที่ใด รวมถึงขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งเสาไฟฟ้าและระบบน้ำประปาด้วย​ หลังจากนี้หากพบความผิดทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่สปก.จะเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปทส.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า วัดแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2566 เคยยื่นขอเปิดเป็นสำนักสงฆ์ แต่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ และพบข้อพิรุธในเอกสารประชาคมหมู่บ้าน ปัจจุบันจึงเป็นเพียงที่พักสงฆ์ มีพระ 13 รูป (ต้นสังกัดอยู่ที่วัดใจจ.เลย–อุบลราชธานี) แม่ชี 23 รูป และผู้มารอบวชอีกหลายสิบคน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้ประสานต้นสังกัดให้เรียกตัวกลับแล้ว

สำหรับ “ครูบาชัยวัฒน์” มีรายงานว่าเพิ่งบวชเมื่อปี 2566 ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ก่อนมาตั้งที่พักสงฆ์แห่งนี้ และเลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็ว แม้บวชเพียง 2 พรรษาก็ตาม