คอมมานโดตามรวบหนุ่มหื่น หนีคดีพยายามข่มขืน เหยื่อสาวไว้ใจให้รับ-ส่งทำฟัน กลับพาเข้าลานจอดรถมหาลัยดัง หวังเผด็จศึก แต่สาวกรีดร้องลั่นรอดหวุดหวิด เจ้าตัวยังปฏิเสธ
วันที่ 16 ก.พ. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายกฤษดา หรือ “เกี๊ยว” อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 875/2569 ลงวันที่ 12 ก.พ. 2569 ข้อหา พยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญ ได้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
จากการจับกุมทราบว่า คดีนี้มีผู้เสียหายคือ น.ส.เอ (นามสมมติ) ซึ่งรู้จักกับผู้ต้องหาผ่านการแนะนำของมารดา มาได้ประมาณ 1 ปี ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหามารับผู้เสียหายจากหอพักภ่ยในซอยวงศ์สว่าง 11 เพื่อไปทำฟัน โดยคลินิกนั้นอยู่ใกล้กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่ผู้ต้องหากลับขับรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถใต้สนามฟุตบอลภายในมหาวิทยาลัย ก่อนก่อเหตุจับผู้เสียหายถอดชุดชั้นใน และพยายามกระทำชำเรา ผู้เสียหายขัดขืนต่อสู้ แต่ก็สู้แรงฝ่ายชายไม่ไหว ต้องร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น จนผู้ต้องหาตกใจต้องรีบหยุดการกระทำ ก่อนจะพาผู้เสียหายไปส่งที่หอพัก หลังจากนั้น น.ส.เอรีบเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมได้ดังกล่าว ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ก่อนนำตัวส่ง สน.ประชาชื่น ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา เป็นความผิดร้ายแรง มีอัตราโทษจำคุกหลายปี และศาลพิจารณาเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีใช้กำลัง ข่มขู่ หรืออาศัยความได้เปรียบจากความไว้วางใจ
ตำรวจฝากเตือนประชาชน การเดินทางไปไหนมาไหนกับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ย่อมมีความเสี่ยง หากอยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยควรรีบขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้การถูกกระทำอนาจารหรือความรุนแรงทางเพศ ไม่ใช่ความผิดของผู้เสียหาย แต่การรู้เท่าทันและเตรียมตัวสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้

