“iLaw–ภาคประชาชน” แฉพิรุธเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 ไฟล์กล้อง 9 ก.พ. หาย วันเวลาย้อนถึงปี 2004 จ่อร้อง ปอท. เอาผิด กกต. ม.157

71

”i Law-ภาคประชาชน” จุดชนวนสงสัย เลือกตั้งชลบุรี เขต 1 เผย ไฟล์วันที่ 9 ก.พ. 69 ยังหาไม่พบ ข้อมูล-เวลาคลาดเคลื่อนย้อนหลังไปถึงปี 2004 เตรียม ร้อง บก.ปอท. เก็บหลักฐานวงตรปิด ความโปร่งใสการเก็บ–ขนย้ายหีบบัตร ซัด! กกต. เก็บหลักฐานไม่ถูกต้อง พร้อมแจ้ง ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายกัณพงศ์ ตัวแทนกลุ่มภาคประชาชน และ นายณัชปกร นามเมือง ตัวแทนจาก i Law ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการกู้ไฟล์กล้องวงจรปิดที่หายไปในวันที่ 9 ก.พ. 69 ที่เป็นหลักฐานสำคัญ ว่า จนถึงตอนนี้ยังหาไฟล์จากวันที่ 9 ก.พ. ไม่เจอรวมถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าภาพวงจรปิดหายไปไหน แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้คือกล้องวงจรปิด ได้บันทึกภาพสุดท้ายของเช้าวันที่ 10 ก.พ. 69 ซึ่งมีความผิดปกติคือเราไปดูข้อมูลพบว่าภาพที่บันทึกของวันที่ 10 ก.พ. คลาดเคลื่อนขึ้นเป็นวันที่ 17และ18 ปี 2004 ซึ่งการกระโดดหรือคลาดเคลื่อนของวันยังไม่สามารถหาสาเหตุได้

ขณะที่ช่างเทคนิคที่เข้ามาติดตั้งกล้องวงจรปิดแจ้งว่าถ่านหมดและไม่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ตทำให้บันทึกภาพย้อนหลังตามค่าดีฟอลต์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการบันทึกภาพ หากเป็นแบบนั้นจริงข้อมูลของวันที่ 9 ก.พ. ก็ไม่ควรหายไปซึ่งเป็นเรื่องที่ยังคาใจ

ขั้นตอนพยานหลักฐานหลังจากนี้ทางทนายความจะทำเรื่องไปยังตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) เพื่อให้ลงพื้นที่เพื่อเข้ามาเก็บรวบรวมหลักฐาน เพราะมีความเชี่ยวชาญและเป็นหน่วยงานกลางที่พอไว้ใจได้ ซึ่งการค้นหาภาพกล้องวงจรปิดไม่ได้เพื่อเอาผิดใครบางคนเพียงอย่างเดียวแต่เพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ให้กับน้องๆและคนที่ถูกแจ้งความดําเนินคดีจากการออกมาใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน

หลังจากการตรวจสอบ มีข้อข้องใจว่าทำไมภาพวงจรปิดวันที่ 9 ก.พ. 69 ถึงหายไปและถ้าหากถ่านหมด วันที่ช่างเทคนิคเข้ามาซ่อมแซมวันที่ 10 ก.พ. 69 ข้อมูลก็ควรที่จะมีไปในทิศทางเดียวกัน แต่ตอนนี้ข้อมูลยังมีความคลาดเคลื่อน หากแย่ที่สุดกล้องไม่เคยบันทึกภาพวันที่ 8-9 ก.พ. 69 ไว้เลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยและไม่โปร่งใสในการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไว้ที่สนามแบดมินตันแห่งนี้

หากไม่มีพวกเราก็คงไม่เห็นความผิดพลาดมากมายขนาดนี้ ซึ่งหีบเป็นไม่สนิทไม่มีสายเคเบิลไทร์รัด และใบนับคะแนนไม่ควรที่จะไปอยู่ในถังขยะ ซึ่งกรณีที่ กกต. ระบุว่ามีการดำเนินการยุบหีบ เรียบร้อยแล้วแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ เพราะขนาดตอนที่ขนย้ายจะเห็นได้ชัดว่ามีกล่องหีบบัตรเลือกตั้งที่เจ้าหน้าที่ยกออกไปแต่มีบัตรเลือกตั้งที่บรรจุอยู่ในถุงหล่นลงมาขณะเคลื่อนย้ายเมื่อวานนี้(12 ก.พ. 69) และไม่ตรงตามที่ กกต. แถลงว่าเป็นกล่องใส่อุปกรณ์แต่เมื่อวานนี้พบว่าเป็นบัตรลงคะแนนของประชาชนล่วงลงมา

ซึ่งการขนย้ายหีบเมื่อคืนที่มีบัตรลงคะแนนร่วงลงมาเป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีการปิดผนึกตามระเบียบของ กกต. และก่อนที่จะขนย้ายทางนายอำเภอได้มาขอให้ดำเนินการซีลหีบบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อนขนย้าย แต่พวกตนไม่ยินยอมเพราะถือว่าเป็นการสร้างข้อเท็จจริงหรือหลักฐานขึ้นมาใหม่ และมันไม่ควรเป็นแบบนั้น เพราะมาสภาพไหนก็ควรไปสภาพนั้น และความจริงก็ปรากฏตามที่ประชาชนเห็น

ซึ่งในวันที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงพื้นที่ท่านก็เห็นเอกสารด้วยตาของตัวเองทั้งสองข้าง แต่วันแถลงกับบอกว่าหลักฐานไม่มี จนมีประชาชนไปเปิดหีบซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะท่านเห็นภาพทั้งหมดแต่พยายามที่จะปิดช่องทางและผลักความผิดให้กับประชาชนซึ่งมันไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตามขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อ กกต.ไม่สั่งนับคะแนนใหม่ แม้เราจะมีพยานหลักฐานชัดเจนที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในเรื่องของหีบที่ไม่มีการมัดเคเบิลไทร์ และ สส5/18 ที่ถูกเจอในถังขยะรวมถึงการนับคะแนนที่ไม่ตรง และหลักฐาน มากพอที่กกต.จะสั่งนับคะแนนใหม่ แต่จากการแถลงทั้งหมดที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่ากระบวนการรวบรวมหลักฐานไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น เพราะไม่ได้เก็บพยานหลักฐานอย่างถูกต้อง ฉะนั้นจะตีความว่าการกระทำเหล่านี้ อาจจะเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับคดีของตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 4 คน ทางศูนย์ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีหมายเรียกมาก็ไม่ทราบว่ามีรายละเอียดอะไรบ้างและจะมีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่แต่ยืนยันจะสู้เพื่อความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่

ทั้งนี้เบื้องต้นได้มีการดำเนินการฟ้องดำเนินคดีกับ กกต.เขต, กกต.จังหวัด และกกต.ส่วนกลาง ในความผิดตามมาตรา 157 “ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ที่ สภ.เมืองชลบุรี เรียบร้อยแล้ว