กงสุลใหญ่โกตาบารู หารือ เลขา ศอ.บต. กระชับความร่วมมือไทย–มาเลเซีย ด้านเศรษฐกิจ-การศึกษา-การท่องเที่ยวชายแดนใต้

91

ยะลา, วันที่ 13 กุมภาพันธ์- นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ต้อนรับ นายภาษิต จูฑะพุทธิ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และคณะ ที่มาแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมหารือนโยบายความร่วมมือระหว่างกัน โดยมี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับที่ห้องรับรอง ชั้น 3 ศอ.บต. อำเภอเมืองยะลา

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. กับรัฐกลันตันและรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู กับ ศอ.บต. เพื่อสนับสนุนนโยบายการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ  อาทิ การส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างพื้นที่ชายแดน ตลอดจนการดูแลและคุ้มครองคนไทยในรัฐกลันตันและรัฐตรังกานู

ในประเด็นความมิติด้านเศรษฐกิจ กงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู เสนอแนวคิดการจัดงาน Halal Festival ที่รัฐตรังกานู ช่วงเดือนพฤษภาคม –มิถุนายน โดยเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแสดงศักยภาพสินค้าและบริการฮาลาล เพื่อขยายตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต. เห็นพ้องและพร้อมให้การสนับสนุน เพื่อผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการศึกษา ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว โดยมีข้อเสนอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซีย เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต. เองก็เห็นด้วยว่า การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว โดยไม่จำกัดเฉพาะการศึกษาในระบบสามัญเท่านั้น แต่ควรส่งเสริมการเรียนรู้ในสายอาชีพและด้านการเกษตรควบคู่กัน เพื่อให้เยาวชนมีองค์ความรู้ ทักษะที่เหมาะสม และสามารถนำไปต่อยอดในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของพื้นที่ในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ การพบปะหารือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการยกระดับความร่วมมือ ไทย –มาเลเซียให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยใช้มิติเศรษฐกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยว เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและสันติสุขที่เข้มแข็งในพื้นที่ต่อไป