วันที่ 12 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยแทบลอยด์ ได้รายงานว่า กรณีมีกระแสข่าวถึง ความเคลื่อนไหวทางการเมืองร้อนแรง เมื่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เสร็จสิ้น ได้ลงมติชี้มูลความผิด” และได้ส่งศาลฎีกาวินิจฉัย หนึ่งใน 44 รายชื่อคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งหากถูกชี้มูล อาจถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และกระทบโดยตรงต่อตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ที่พรรคครองอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้พรรคประชาชนต้องเร่ง “ตั้งรับ” ทางการเมือง โดยมีสัญญาณปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ขณะที่ ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค เตรียมลาออก หลังพรรคได้ สส. เพียง 118 ที่นั่ง ต่ำกว่าเป้า 200 ที่นั่ง กระแสในพรรคจึงพุ่งไปที่การดัน พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” โฆษกพรรค ขึ้นนั่งหัวหน้าพรรคแทน หากเกิดสุญญากาศผู้นำ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า“นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” ไพ่ใบใหม่กู้เกมพรรค พริษฐ์ วัย 34 ปี เติบโตในครอบครัวนักวิชาการแพทย์ และเป็นหลานของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีเส้นทางการศึกษาถือว่าโดดเด่นระดับสากล ทุน King’s Scholarship เข้าเรียนที่ Eton College ปริญญาตรี PPE จาก University of Oxford ได้รับเลือกเป็น President of the Oxford Union คนไทยและคนอาเซียนคนแรก
สำหรับเส้นทางการเมืองเริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ลาออกหลังพรรคเข้าร่วมรัฐบาลปี 2562 พร้อมคำกล่าวขอโทษผู้สนับสนุน ก่อนผันตัวสู่ภาคธุรกิจการศึกษา (StartDee) และเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ปี 2565 เข้าร่วมพรรคก้าวไกล รับบท “ผู้จัดการการสื่อสารและรณรงค์นโยบาย” ก่อนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ และขยับเป็นโฆษกพรรคต่อเนื่องมาถึงพรรคประชาชน

ซึ่งเป็นเดิมพันทางการเมืองคดี 44 อดีต สส. ไม่ใช่แค่คดีความ แต่คือ “จุดเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ” ในสภาหากหัวหน้าพรรคถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านอาจสะเทือนพรรคต้องเร่งจัดทัพใหม่เพื่อรักษาสถานะทางการเมืองการดัน “พริษฐ์” ขึ้นนำ อาจเป็นทั้งการแก้เกมเฉพาะหน้า และการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ระยะยาวการเมืองรอบนี้จึงไม่ใช่แค่รอคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. แต่คือการชิงจังหวะ “ก่อนคำตัดสินจะมา”

