หน้าแรกการเมืองแฉยกประเทศ! ทุจริตเลือกตั้งลามไม่หยุด — ซื้อเสียง ยัดบัตร ฉีกบัตร เขย่าศรัทธาประชาชน

แฉยกประเทศ! ทุจริตเลือกตั้งลามไม่หยุด — ซื้อเสียง ยัดบัตร ฉีกบัตร เขย่าศรัทธาประชาชน

รวมหลักฐานจากทุกสื่อชี้เลือกตั้งสกปรกหลายรูปแบบ คำถามใหญ่ไม่ใช่ “ใครชนะ” แต่คือ “เสียงประชาชนยังมีความหมายหรือไม่.?

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า การเลือกตั้งทั่วไปที่เพิ่งผ่านพ้น กลับไม่ได้ทิ้งภาพบรรยากาศแห่งความเรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม สื่อมวลชนแทบทุกสำนักรายงานตรงกันว่า พบเหตุทุจริตเลือกตั้งกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับหน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการประชาธิปไตยอย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่า รูปแบบการทุจริตที่พบบ่อย ได้แก่ การซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ, การฉีกหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง, การยัดบัตรลงหีบ, การแอบอ้างสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงความผิดปกติในขั้นตอนการนับคะแนนและการลงคะแนนล่วงหน้า หลายกรณีมีภาพ หลักฐาน และพยานปรากฏชัด จนไม่อาจมองว่าเป็นเพียง “อุบัติเหตุเฉพาะจุด”

แหล่งข่าวจากวงการสอบสวนเปิดเผยว่า หลังวันเลือกตั้ง มีการยื่นร้องเรียนต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวนมากกว่า 100 เรื่อง ตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมกรณีที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและยังไม่เข้าสู่กระบวนการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะคดีซื้อเสียงที่สื่อหลายสำนักระบุว่า “เกิดแทบทุกภูมิภาค”

ในหลายพื้นที่ มีรายงานเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งถูกตั้งคำถามถึงพฤติกรรมต้องสงสัย ขณะที่บางจังหวัดพบความพยายามแทรกแซงผลการเลือกตั้งอย่างโจ่งแจ้ง จนประชาชนและผู้สังเกตการณ์ต้องเข้าแจ้งความและบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน

แม้ กกต. จะออกมายืนยันว่า จะเร่งตรวจสอบทุกกรณีและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด แต่เสียงวิพากษ์จากสังคมยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การเอาผิดในอดีตมักล่าช้า และไม่สามารถสาวไปถึง “ตัวการใหญ่” ได้จริง ทำให้การทุจริตกลายเป็นวังวนซ้ำซากในทุกการเลือกตั้ง

นักวิชาการและนักสิทธิมนุษยชนให้ความเห็นตรงกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องแพ้–ชนะของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นวิกฤตศรัทธาต่อระบบเลือกตั้งทั้งระบบ หากไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และเปิดเผย ผลการเลือกตั้งอาจถูกตั้งคำถามยาวไปจนถึงการจัดตั้งรัฐบาล

ท้ายที่สุด คำถามที่ดังขึ้นในสังคมไม่ใช่แค่ว่า “ใครได้เป็นรัฐบาล”แต่คือคำถามที่เจ็บลึกกว่า เมื่อการทุจริตกลายเป็นเรื่องปกติ เสียงของประชาชนยังนับเป็นเสียงจริงอยู่หรือไม่.? “แหล่งข่าวระบุ”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img