พรรณไม้เกียรติประวัติไทย“ทลายเขาพูดจา”ชื่อที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์พฤกษศาสตร์โลก

216

ในผืนป่าหินปูนแห่งเมืองน่าน มีไม้ต้นขนาดเล็กต้นหนึ่งยืนหยัดเงียบงัน แต่คุณค่าของมันกลับก้องไกลถึงเวทีวิชาการโลก “ทลายเขาพูดจา” พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย ที่ไม่เพียงเป็นชนิดใหม่ของโลก หากยังเป็นเกียรติประวัติที่บันทึกชื่อของนักพฤกษศาสตร์ไทยไว้เคียงคู่ธรรมชาติอย่างสง่างาม

เมื่อป่าพูด…ด้วยภาษาของวิทยาศาสตร์

“ทลายเขาพูดจา” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า พรรณไม้นี้ได้รับการตีพิมพ์รับรองอย่างเป็นทางการว่าเป็น พืชชนิดใหม่ของโลก เมื่อปี ค.ศ. 2021 ในนิตยสารวิชาการ Thai Forest Bulletin (Botany) เล่มที่ 49 ฉบับที่ 1 นับเป็นอีกก้าวสำคัญขององค์ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ไทย

ตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบถูกเก็บเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2563 จากเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน จังหวัดน่าน พื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และซ่อนความล้ำค่าทางชีวภาพไว้มากมาย

ชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ
คำระบุชนิด “puudjaae” มิใช่เพียงศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ หากเป็นการคารวะต่อ นายพาโชค พูดจา นักพฤกษศาสตร์ประจำกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช​ ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเก็บตัวอย่างพรรณไม้ภายใต้โครงการ “พรรณพฤกษชาติประเทศไทย” มาอย่างยาวนาน ชื่อของเขาจึงถูกถักทอไว้กับธรรมชาติอย่างถาวร ผ่านพรรณไม้ชนิดนี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: งามอย่างเรียบง่าย แต่ซับซ้อน​ ทลายเขาพูดจาเป็น ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงราว 5 เมตร

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียน มีใบย่อย 9–11 ใบ รูปรีถึงรูปขอบขนาน แผ่นใบบางคล้ายกระดาษ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบชัดเจน แสดงถึงโครงสร้างที่ประณีตตามแบบฉบับพืชในวงศ์ถั่ว

ดอก ออกเป็นช่อห้อยลงตามกิ่งแก่ มีขนสั้นนุ่มหนาแน่น กลีบดอกสีขาวครีม เรียงตัวเป็นระบบ กลีบล่างเชื่อมติดกันเป็นรูปท้องเรือ เกสรเพศผู้ 10 อัน เชื่อมติดเป็นกลุ่มเดียว งดงามในรายละเอียดทางสัณฐานวิทยา

ผล เป็นฝักแห้งแตก รูปทรงกระบอกแบน ภายในมี 2–4 เมล็ด สะท้อนกลไกการสืบพันธุ์ของพืชวงศ์ Fabaceae อย่างชัดเจน

ถิ่นอาศัยเฉพาะถิ่น คุณค่าที่ต้องปกป้อง
ทลายเขาพูดจาเป็น พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย พบเฉพาะในภาคเหนือ อาศัยอยู่ใน ป่าดิบแล้งและสังคมพืชเขาหินปูน ที่ระดับความสูงประมาณ 700 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง​ ออกดอกในช่วง มีนาคม–เมษายน และติดผลระหว่างพฤษภาคม–กรกฎาคม วงจรชีวิตที่ผูกพันกับฤดูกาลและระบบนิเวศอย่างแนบแน่น

มากกว่าพืช…คือเรื่องราวของคนกับป่า
การค้นพบ Antheroporum puudjaae ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มชื่อพืชในฐานข้อมูลโลก แต่คือหลักฐานของความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพของผืนป่าไทย และเป็นบทบันทึกของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่ทำงานเคียงข้างธรรมชาติอย่างเงียบงัน

“ทลายเขาพูดจา” จึงไม่ใช่แค่ไม้ต้นหนึ่งในป่า หากคือเสียงของผืนป่าที่บอกเล่าเรื่องราวคุณค่า การอนุรักษ์ และเกียรติประวัติของผู้ที่อุทิศตนให้ธรรมชาติอย่างแท้จริง

ภาพ: ดร.นัยนา เทศนา
ที่มา: สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช