นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยที่ จ.สุพรรณบุรี ถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายจองชัย เที่ยงธรรม กับนายประภัตร โพธสุธน ว่า การต่อสู้ทางการเมืองท้ายที่สุดจะมีคนแพ้และคนชนะ แต่ในมุมมองของตนจะมีแต่แพ้ทั้งคู่ คนชนะก็เหมือนแพ้ คนแพ้ก็ยิ่งแพ้กันไปใหญ่ แต่คนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือคนสุพรรณบุรี ที่เสาหลักหายไป 1 เสา จะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็แล้วแต่ ฉะนั้นตนไม่นิยมชมชอบการที่จะต้องมาสู้รบปรบมือกัน แนวทางของนายบรรหาร ศิลปอาชา ทำมาตลอด 40 ปี เป็นมาอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น จะพยายามหาข้อลงตัวทุกฝ่ายให้ได้ แต่ถ้าทำถึงที่สุดแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่าศักยภาพของตนมีเท่าที่เห็น เพราะตนทำงานมาได้ไม่กี่ปี จะบังอาจไปทุบโต๊ะห้ามอย่างนี้ต้องทำอย่างนั้น มันไม่ใช่

“นาทีนี้ผมไม่อยากสูญเสียทั้งนายประภัตร และนายจองชัย แต่อะไรที่ยังไม่เกิด จะต้องทำอย่างไรให้อยู่ด้วยกันได้เหมือนอย่างที่เราเป็นมาเหมือนเมื่อก่อน นี่คือหน้าที่ของผมในฐานะที่จะต้องมาดูแลพรรคชาติไทยพัฒนา มารับไม้ต่อจากพ่อบรรหาร จะต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ในเมื่อทำดีแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น” นายวราวุธ กล่าว