EEP เเถลงคดี “จิตราภรณ์” เมียอดีต ตลก.ศาล รธน.ปลอมเอกสารลักเงินยังมีอีกหลายสำนวน เสียหาย3 พันล้าน

165

พลังงานขยะอีสเทิร์นฯ เเถลงคดี “จิตราภรณ์” เมียอดีต ตลก.ศาล รธน.ปลอมเอกสารลักเงิน ซื้อขายที่ดิน 372 ล้านบริษัทพลังงานขยะ ยังมีอีกหลายสำนวน ความเสียหายรวมกันกว่า 3 พันล้าน สำนวนอยู่ในมือดีเอสไอ คาดไม่นานส่งสำนวนเพิ่ม

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ( EEP Group)นายอบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท เเละนายวิสิทธิ์ กาญจนโนภาส กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ร่วมเเถลงข่าว ความคืบหน้า คดีที่อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง นายคณพศ นิจสิริภัช อดีต CEO บริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ อายุ72 ปี,นางจิตราภรณ์ เตชาชาญ อดีต ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะอดีต CEO บริษัท โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เเละเป็นภรรยาของ อดีตตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ อายุ 73 ปี, กับพวกอีก3 คนรวมเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบายอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ,ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นปกติธุระ ,ร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม ,ร่วมกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทจำกัดกระทำการปลอมเอกสารเพื่อลวงให้บริษัทขาดประโยชน์อันควรได้ ,เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้รับผิดชอบในการ ดำเนินงานของบริษัทจำกัดกระทำการปลอมเอกสารเพื่อลวงให้บริษัทขาดประโยชน์อันควรได้ ,สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน

ว่านับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม ซึ่งมีทั้ง อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก
ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ

ภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ
ได้ดำเนินคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ซี่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ

กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการโดยพนักงานอัยการได้ยื่น ฟ้อง นายคณพศ  นิจสิริภัช อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางจิตราภรณ์  เตชาชาญ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท​ โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและนัดตรวจพยานหลักฐานในช่วงเดือน มี.ค. โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและได้รับการประกันตัวคนละ 5 เเสนบาท

นายอบีนาช เเละนายวิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า   นอกจากคดีนี้ ที่ศาลประทับรับฟ้องเเล้ว ยังมีคดีอีกหลายสำนวนที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆ ซึ่งได้ทราบกับข้อมูลภายในว่าบริษัทเกิดความเสียหายทั้งหมด 3 พันกว่าล้านแต่ในการฟ้องค่าเสียหายในเเต่ละคดีต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของดีเอสไอและทางพนักงานอัยการ​ ในส่วนความเสียหายสำนวนที่ยังไม่ได้ฟ้อง ผู้กระทำก็เป็นผู้ต้องหาชุดเดียวกับที่อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาไป ซึ่งก็รวมถึงภรรยาของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย

เพียงแต่สำนวนแรกที่ศาลรับฟ้องไปเเล้ว อัยการได้ยื่นฟ้องไปก่อนเนื่องจากเห็นว่าบางข้อหาอาจจะขาดอายุความ ก็คาดว่าในสำนวนที่เป็นความเสียหายหลังจากนี้ คาดว่าอีกไม่นานก็จะมีการสรุปสำนวน ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่วนเรื่องความเสียหายใน สำนวนแรกด้วยการได้ยื่นฟ้องในคดีอาญาไปแล้ว ก็จะมีการเรียกค่าเสียหายให้กับทางบริษัทไปในตัวด้วย ซึ่งในสำนวนที่ยื่นฟ้องไปแล้วทางบริษัทเชื่อมั่นว่าและส่งพยานหลักฐานครบถ้วนให้กับดีเอสไอและพนักงานอัยการในการดำเนินคดีในชั้นศาลและมีความมั่นใจว่าสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้

ผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก

โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบ การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบการจัดการคุณภาพ และ ISO 14001ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ยังมีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่