กรมน้ำบาดาล แจงงบไม่พอ-อุปกรณ์เก่า ขอ สทนช. สนับสนุน เพื่อช่วยปชช. มีน้ำใช้ต่อเนื่อง ทั่วถึง

171

กรุงเทพฯ, วันที่ 22 มกราคม – นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล และนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีนายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สทนช. และนายปริญญา คุ้มสระพรม รองอธิบดีกรมน้ำบาดาล พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 8 อาคาร 1 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1-12

การประชุมแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของ สทนช. ครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานภารกิจสำคัญของกรมน้ำบาดาลที่ขับเคลื่อนภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566-2580) ด้านการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ด้านการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต และด้านการบริหารจัดการ รวมถึงมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ที่มุ่งเน้นสร้างความมั่นคงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมน้ำบาดาลได้นำเสนอปัญหาและอุปสรรคในการขอรับการจัดสรรงบประมาณของโครงการเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3 ประเด็น

1) ประชาชนมีความต้องการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการสำรวจ และพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค และภาคการเกษตร เพิ่มมากขึ้น แต่งบประมาณที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทั่วถึง 2) อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีในปัจจุบันส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานอยู่ประมาณ 20-30 ปี บางครั้งต้องทำไป ซ่อมแซม อาจส่งผลให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนล่าช้ากว่าเป้าหมาย และ 3) ควรจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซม บำรุงรักษาบ่อน้ำบาดาลและระบบกระจายน้ำในโครงการที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เยี่ยมชมนิทรรศการนำเสนอภารกิจด้านการสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล ด้านการพัฒนาน้ำบาดาล ด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล ด้านการกำกับ ควบคุม ดูแลตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า “เป็นองค์กรสมรรถนะสูงในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำบาดาลในทุกสถานการณ์ ให้ใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายในปี 2570”