เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า สำนักงานประกันสังคมประกาศปรับ ฐานค่าจ้างสูงสุดเป็น 17,500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ด้านการคุ้มครองต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ เจ็บป่วย ว่างงาน คลอดบุตร เสียชีวิต ไปจนถึงชราภาพ การปรับฐานค่าจ้างครั้งนี้ มีเป้าหมายให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน และสร้างความมั่นคงให้ผู้ประกันตนในทุกช่วงชีวิต โดยผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป และส่งเงินสมทบ ครบอย่างน้อย 3 เดือน จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นทันที
เจ็บป่วย–ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนที่ไม่สามารถทำงานได้จากการเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ จะได้รับ เงินทดแทนการขาดรายได้ 8,750 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากเดิม 1,250 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายระหว่างรักษาตัว
ว่างงาน-ลาออก รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน รวมสูงสุด 15,750 บาท ถูกเลิกจ้าง รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน รวมสูงสุด 63,000 บาท ทั้งนี้ ต้องส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขที่กำหนด
คลอดบุตรคุณแม่ผู้ประกันตนได้รับ เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 26,250 บาทต่อครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดิม 3,750 บาท ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว
เสียชีวิต ส่งเงินสมทบ 36–119 งวด รับเงินสงเคราะห์ 35,000 บาทส่งเงินสมทบ 120 งวดขึ้นไป รับ 105,000 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 5,000–15,000 บาท เพื่อเป็นหลักประกันให้ครอบครัวในยามสูญเสีย
ชราภาพ เงินสมทบสะสมกรณีชราภาพเพิ่มเป็น 1,050 บาทต่อเดือน จากเดิม 900 บาท ช่วยเพิ่มเงินออมและความมั่นคงในวัยเกษียณ เพราะเงินที่ส่งวันนี้ คือความมั่นคงในวันข้างหน้า
ประเด็นสำคัญการปรับฐานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท ทำให้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นในทุกมิติ ตอกย้ำแนวคิด“ฐานค่าจ้างขยับ สิทธิประโยชน์ก็เพิ่มตาม”เพื่อให้การคุ้มครองแรงงานไทยเหมาะสมกับยุคสมัย และดูแลประชาชนตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงบั้นปลายชีวิต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sso.go.th หรือสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมงประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน


