นครราชสีมา, วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 17.50 น. – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 เส้นทางกรุงเทพอภิวัตน์–อุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
นายอนุทินให้กำลังใจญาติผู้สูญหาย 3 ราย พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งค้นหาอย่างเต็มที่ และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันที ก่อนเดินตรวจพื้นที่ความเสียหาย และสอบถามรายละเอียดสัญญา–ผู้ควบคุมงาน เพื่อเร่งหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ โดยรายงานเบื้องต้นจากผู้รับผิดชอบโครงการระบุว่า จุดรับน้ำหนักเครนช่วงกลางเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูป ทำให้ตัวซัพพอร์ตหล่นจากตอม่อในจังหวะที่รถไฟแล่นผ่าน โดยเครนมีน้ำหนักราว 400 กว่าตัน จึงต้องใช้เครนขนาดใหญ่ 400–500 ตัน เข้าช่วยเคลื่อนย้ายและเปิดเส้นทาง

ด้านการเยียวยา ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า รฟท.เร่งสืบสวนสาเหตุ ตั้งเป้าสรุปภายใน 15 วัน และเบื้องต้นเสนอช่วยเหลือผู้เสียชีวิตค่าปลงศพ 40,000 บาท พร้อมเงินสมทบอีก 40,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท ขณะที่โครงการมีวงเงินประกันภัยเบื้องต้น 50 ล้านบาท ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นครราชสีมา ระบุว่าได้ประสานบริษัทประกันภัย โดยหารือแนวทางเยียวยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 150,000 บาท ภายใต้ความคุ้มครองบุคคลภายนอกวงเงิน 50 ล้านบาทต่อเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ไม่เห็นด้วย โดยระบุการเยียวยาต้องเป็นเลข 7 หลัก และชี้ว่าให้เพียงหลักหมื่นหลักแสนหรือ 80,000 บาท ใครเป็นญาติก็คงไม่ยอม โดยขอให้ รฟท. รีบประชุมบอร์ดกำหนดแนวทางเยียวยาที่เหมาะสมทันที แล้วให้ รฟท.ไปไล่เบี้ยเอากับผู้รับจ้างหรือบริษัทประกันภัยต่อไป

“วันนี้ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของรฟท. ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของผู้รับจ้าง เอาเป็นว่าหนึ่งชีวิตต้องได้รับการเยียวยาจากประกันภัยอย่างน้อย 30 คน ต้องมีหลักล้านอยู่แล้ว จะต้องไฟท์ให้ ตรงนี้ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว ผู้รับจ้างผิด 500 ล้านเปอร์เซ็นต์ อยู่แล้ว ผู้ควบคุมงานจะผิดด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบเบื้องต้น ต้องอยู่ที่ผู้รับจ้างผู้รับเหมาในฐานะที่ทำงานไม่ดี“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทผู้กำกับดูแลการก่อสร้างยอมรับความผิดพลาด และขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ยืนยันจะแสดงความรับผิดชอบเยียวยาอย่างเต็มที่ พร้อมนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่และเร่งทำงานต่อเนื่อง ตั้งเป้าเปิดใช้เส้นทางให้กลับมาได้ภายใน 3 วัน

