หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมเปิดใจ "รณรงค์" อดีตทนายดังหลังลาสิกขา ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคม

เปิดใจ “รณรงค์” อดีตทนายดังหลังลาสิกขา ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคม

11 ม.ค. 69 – เปิดใจ “รณรงค์” อดีตทนายดังหลังลาสิกขา ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคม แม้จะถูกถอนใบอนุญาต

สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี – นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิ อดีตทนายความชื่อดัง พร้อมด้วย นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง ที่ปรึกษามูลนิธิ ร่วมกันเปิดเผยต่อสื่อมวลชน ถึงแนวทางการทำงานของมูลนิธิที่จะเดินหน้าในการช่วยเหลือสังคมต่อไป หลังนายรณณรงค์ ถูกสภา ทนายความถอนใบอนุญาต ลบชื่อออกจากทำเนียบทนายความ ไม่สามารถว่าความได้อีก จนเป็นข่าวโด่งดังตามสื่อต่าง ๆ ไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ปรากฏว่าวันนี้ นายรณรงค์ ซึ่งพึ่งลาสิกขาหลังจากไปบวชพระที่วัดภูทับเบิกจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อปลีกวิเวกสงบจิตใจ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 68 โดยวฝนายรณรงค์ได้เปิดใจและยืนยันว่ามูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จะยังคงช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม ถึงแม้ตนจะไม่ได้ว่าความแล้วก็ตาม ยืนยันพร้อมให้การช่วยเหลือรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้ที่ถูกรังแกไม่ได้รับความยุติธรรมเหมือนเดิม

อดีตทนายความชื่อดัง กล่าวต่อว่า หลังตนเองทราบว่ามีคำสั่งออกมาให้ลบชื่อตนเองออกเนื่องจากประพฤติตัวผิดมรรยาททนายความ แต่ไม่ได้มีคดีฉ้อโกงหรือคดีส่วนแพ่งใด ๆ ผิดเฉพาะเรื่องจรรยาบรรณที่เขาแจ้งมา อันนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ยังมีการโต้แย้งกันในกระบวนการตามกฎหมาย แต่ ณ วันนี้ เป็นแบบนี้ ตนก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ ตอนนี้ตนไม่ใช่ทนายความแต่ตนก็ยังทำงานของตนเหมือนเดิมทุกอย่างปกติตนก็ไม่ได้ว่าความตามกฎหมายอยู่แล้ว ตนให้ความเห็นทางกฎหมายผ่านทางโซเชียลมีเดี่ยที่เขาเข้ามาปรึกษาตน เมื่อก่อนเราทำแค่ด้านกฎหมายจนกระทั่งมาทำเรื่องต่าง ๆ มากขึ้นเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาว บ้านเหมือนเดิม หลังตกเป็นข่าวตนไม่ได้หายไปไหนแต่ขอไปทำใจบ้างตนก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา เวลาเจอเรื่องสะเทือนใจก็ต้องไปทำใจบ้างมีหลายคนให้กำลังใจเข้ามาช่วงนั้นตนตัดขาดตัวเองจากสาธารณะไปเลย จึงไปบวชที่วัดป่าภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 68 ถึงวันที่ 3 มกราคม 69 เป็นระยะเวลา 11 วัน ก็ไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิเดินจงกรม บิณฑบาตตอนเช้า ตนไม่เคยสร้างภาพ บางครั้งก็อยากหยุด แต่พอเราอยากหยุด ก็มีคนร้องเรียนขอให้ช่วยเหลือเข้ามาตนก็ต้องช่วย แม้แต่วันที่ตนตัดสินใจจะหยุดเขาก็มาขอร้องให้ช่วยพาไปร้องเรียนในที่ต่าง ๆ ให้เขา ตนก็ต้องช่วยจากนี้ไปก็คงจะต้องสกรีนเรื่องต่าง ๆ ให้ดี ตอนนี้สภาพจิตใจตนเป็นปกติแล้วยังจัดรายการวิทยุโทรทัศน์รับร้องเรียนช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้ามาเหมือนเดิม

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img