เดือดทั่วสหรัฐฯ ประท้วงใหญ่กรณี “เรเน่ กู๊ด” เสียชีวิต ทรัมป์สั่งส่งกำลัง 2,000 นายคุมมินนิอาโปลิส

966

สหรัฐอเมริกาเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดทั่วประเทศ หลังการเสียชีวิตของ เรเน่ กู๊ด (Renee Good) คุณแม่ลูกสามและกวีชาวอเมริกัน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) ยิงเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการในเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในหลายรัฐ

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การรวมตัวของประชาชนหลายหมื่นคนในเมืองมินนิอาโปลิส เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ภายใต้การเคลื่อนไหวที่ใช้ชื่อว่า “ICE Out For Good” ซึ่งขยายวงอย่างรวดเร็วไปยังกว่า 1,000 จุดทั่วสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากสถานที่ซึ่ง จอร์จ ฟลอยด์ เสียชีวิตเมื่อปี 2020 เพียงราว 1 ไมล์ ทำให้บาดแผลทางสังคมที่ยังไม่เลือนหายถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง และกลายเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนออกมาแสดงพลังต่อต้านการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐ

สถานการณ์ทวีความรุนแรงหลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เรเน่ กู๊ด พยายามขับรถออกจากพื้นที่อย่างช้า ๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยิงใส่รถยนต์ของเธอ 3 นัด โดยพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งที่ขัดแย้งกัน และปฏิเสธไม่ให้พลเมืองที่ระบุว่าเป็นแพทย์เข้าช่วยปฐมพยาบาลทันที

การชุมนุมซึ่งเริ่มต้นจากการจุดเทียนไว้อาลัย ได้ขยายตัวเป็นการประท้วงขนาดใหญ่ในหลายเมืองสำคัญ อาทิ ฟิลาเดลเฟีย ชิคาโก พอร์ตแลนด์ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก นิวยอร์กซิตี บอสตัน รวมถึงรัฐอินเดียนา เท็กซัส ฟลอริดา และเวอร์จิเนีย

ในบางพื้นที่ เหตุการณ์บานปลายไปสู่การเผชิญหน้าอย่างรุนแรง โดยมีรายงานผู้ประท้วงบุกทำลายอาคารรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่บางเมืองเกิดเหตุรถพุ่งเข้าใส่ฝูงชน และในมินนิอาโปลิส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อิลฮาน โอมาร์ ถูกขัดขวางไม่ให้เข้าตรวจสอบศูนย์กักกันของรัฐบาลกลาง

ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งส่งกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) กว่า 2,000 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ในมินนิอาโปลิส และดูแลความปลอดภัยอาคารรัฐบาลกลาง

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้มีการปลดและดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุบหน่วยงาน ICE และโอนงบประมาณไปสู่การพัฒนาชุมชนและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า การประท้วงในหลายพื้นที่มีลักษณะเข้าข่าย “การก่อการร้ายในประเทศ” ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตและกลุ่มเคลื่อนไหวยืนยันว่า เรเน่ กู๊ด เป็นเพียงพลเมืองที่พยายามปกป้องชุมชนของตน และเรียกร้องให้รัฐบาลกลางแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุสูญเสียที่เกิดขึ้น

แหล่งอ้างอิง ข่าวเหตุการณ์นี้มาจาก สำนักข่าวระดับนานาชาติ เช่น Reuters, AP News, Time Magazine, The Guardian, MPR News และ ABC News ฯ