“ประชาชน” ชูนโยบายเด็กเยาวชน ตั้ง 3 เป้า สร้างการศึกษาที่มีความหมาย-มีความสุข-การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

2680

กรุงเทพฯ, วันที่ 10 มกราคม – พรรคประชาชนจัดกิจกรรมล้อมวงคุยนโยบายเด็กและเยาวชนหัวข้อ “เด็กจะดีเพราะสวัสดิการดี กฎหมายดี หลักสูตรดี ครูดี” ที่สวนเบญจสิริ โดยเป็นการเปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับนโยบายด้านเด็กและเยาวชน ในโอกาสวันเด็กปี 2569 มีแกนนำพรรคและทีมด้านการศึกษาของพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, เดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี ด้านคุณภาพชีวิต, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้, ธีรศักดิ์ จิระตราชู ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, ปารมี ไวจงเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ ตามหทัย ชนะบูรณาศักดิ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

ณัฐพงษ์กล่าวว่า วันเด็กไม่ควรเป็นวันที่ผู้ใหญ่ตั้งคำขวัญแสดงความคาดหวังต่อเด็กเพียงฝ่ายเดียว แต่วันเด็กควรเป็นวันที่ผู้ใหญ่รับฟังความต้องการของเด็กว่าอยากให้ปรับระบบการศึกษาเป็นอย่างไร เขามองเห็นอนาคตของตัวเองอย่างไร วันนี้ตนจึงต้องการมารับฟังเสียงสะท้อนจากวงพูดคุยให้มากที่สุด โดยภารกิจของรัฐบาลประชาชนจะเป็นการวางรากฐานของสังคมให้พร้อมสำหรับการสร้างอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระบบการศึกษาและระบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ทำให้เด็กทุกคนไม่ว่าเกิดในครอบครัวที่มีฐานะอย่างไร ควรได้รับโอกาสและการดูแลจากรัฐอย่างเท่าเทียม 

ในเรื่องการศึกษา ทุกวันนี้ทุกคนเห็นตรงกันว่าการศึกษาไทยไปต่อแบบเดิมไม่ได้ ทักษะของเด็กเยาวชนเมื่อมีการประเมิน PISA ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ถดถอยลงมาอย่างต่อเนื่อง มีปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เด็กหลายคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ขณะที่คนวัยทำงานขาดทักษะพื้นฐานหลายมิติ เช่น ทักษะดิจิทัลพื้นฐาน การจับใจความ

ปัญหาของระบบการศึกษาไทย ไม่ได้อยู่ที่ “ปริมาณ” แต่อยู่ที่ “ประสิทธิภาพ” ในมุมหนึ่งรัฐไทยลงทุนไปไม่น้อยกับการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณมากเป็นลำดับต้นๆ ส่วนนักเรียนก็เรียนหนักเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งเรียนในห้องเรียนและบางคนต้องเรียนพิเศษนอกห้องเรียนอีก คุณครูก็ทำงานหนัก แต่กลายเป็นว่าการเรียนฟรียังไม่ฟรีจริง หลักสูตรการศึกษายังไม่สามารถแปรความขยันของเด็กให้เป็นทักษะที่แข่งกับต่างชาติได้ คุณครูทำงานหนักแต่เวลาเกือบครึ่งหนึ่งใช้ไปกับภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 

ดังนั้นจะแก้ปัญหาการศึกษาไทยได้ คำตอบไม่ใช่เรื่องปริมาณเท่านั้น แต่เป็นการแก้ไขประสิทธิภาพ เป้าหมายนโยบายการศึกษาของพรรคประชาชนจึงมุ่งสู่ 3 เรื่องคือทำให้ “การศึกษามีความหมาย” “การศึกษามีความสุข” และ “การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด”

เป้าหมายแรก ทำให้ “การศึกษามีความหมาย” เด็กและเยาวชนได้เรียนในสิ่งที่นำไปต่อยอดเป็นทักษะในการใช้ชีวิตและในการทำงานได้ โดย 1) เดินหน้าจัดทำหลักสูตรฉบับใหม่ เปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นการอัดฉีดเนื้อหาในเชิงปริมาณ เป็นการบ่มเพาะทักษะสมรรถนะที่จำเป็นในการต่อยอดเป็นอาชีพหรือการใช้ชีวิตในอนาคต ทำให้เด็กทุกคน “คิดเป็น ทำได้ สื่อสารดี” 2) ครูมีเวลา ทักษะ แรงจูงใจ สวัสดิการ ในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก คืนเวลาให้คุณครู คืนครูให้ห้องเรียน งบอุดหนุนเพิ่มทักษะครูไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ปรับขึ้นเงินเดือนครูบรรจุใหม่เป็น 22,000 บาท 3) ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี นำเทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน

ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป้าหมายที่สอง ทำให้ “การศึกษามีความสุข” ผู้ปกครองไม่ต้องทุกข์จากการควักเงินตัวเองมาจ่ายค่าใช้จ่ายแอบแฝงทางการศึกษา นักเรียนได้รับการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดย 1) เรียนฟรีจริง 100% ครอบคลุมทุกพื้นที่ และมีคุณภาพ 2) สุขภาพกาย เพิ่มงบประมาณอาหารโรงเรียนอย่างน้อย 50%  3) สุขภาพจิต ให้ครูมีทักษะการคัดกรองปัญหาเบื้องต้น และทำให้เรามีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียนมากขึ้น 4) ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกำหนดกฎระเบียบ โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยไร้อำนาจนิยม 5) กระจายอำนาจให้สถานศึกษาตัดสินใจได้ด้วยตนเองมากขึ้น เรื่องหลักสูตร การใช้งบประมาณ และมีส่วนร่วมในการคัดเลือกบุคลากร

แคนกิเดตนายกพรรคประชาชน กล่าวว่า เป้าหมายที่สาม การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด การเรียนรู้ต้องไม่จำกัดในสถานศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน 1) คูปองเปิดโลกให้เยาวชน 2,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อใช้ในการเข้าถึงการเรียนรู้นอกห้องเรียน 2) “คูปองฝึกทักษะ” ให้คนวัยทำงานเลือกเองได้ว่าต้องการพัฒนาด้านไหน โดยรัฐสนับสนุนงบประมาณ และจับคู่หางาน